"หยินหยาง" คืออะไร? เหตุใดจึงเป็นที่มาของ "กฎแห่งกรรม" ?

"หยินหยาง" และ "กฎแห่งกรรม" มีความสัมพันธ์กันอย่างไร?

4 คำตอบ

คะแนนความนิยม
  • 8 ปี ที่ผ่านมา
    คำตอบที่ดีที่สุด

    หลักฐานชั้นต้นที่สุดที่พบคำว่า หยินหยาง คือ คัมภีร์เต๋าเต็กเก็ง

    ประพันธ์โดย ท่านเล่าจื๊อ (Lao Tzu) เล่าจื๊อเกิดก่อนพุทธศักราช 33 ปี

    ปีนี้ พ.ศ. 2554 บวก 33 ปี นั่นคือ หยินหยางถูกเขียนขึ้นมาแล้ว 2,587 ปี ครับ

    กล่าวอย่างรวบรัด หยินหยาง คือ “มืด” และ “สว่าง” สรรพสิ่งมี 2 ด้านตรงข้ามกันเสมอ

    แต่ถึงแม้จะตรงข้ามกัน ทว่าไม่สามารถ “แยก” จากกันได้อย่างเด็ดขาด กลับจะพึ่งพากัน

    และแปรเปลี่ยนซึ่งกันได้ เช่นนี้แล้ว กลางคืน ไม่ใช่กลางคืน เป็นแต่เพียง เวลาสิ้นสุดของ

    กลางวันเท่านั้น และยิ่งมืดดึกดื่นเท่าใด รุ่งอรุณย่อมโพล่พ้น เราจึงเห็นสัญญลักษณ์หยินหยาง

    อันคุ้นตาคือวงกลมที่ข้างในครึ่งหนึ่งเหมือนปลาสีดำ และอีกครึ่งหนึ่งเหมือนปลาสีขาว

    (มีบนธงชาติเกาหลีใต้ด้วย) หรือ ตัวอย่างมะม่วงสุก(หยาง) เหลืองอร่ามน่ากินที่แท้เป็นเพียง

    การสิ้นสุดของภาวะหยิน(ดิบ) เสร็จแล้วมะม่วงที่สุกมากแล้วนี้ร่วงหล่นจากต้น

    เน่าเสียตามพื้น(กลับมาเป็นหยิน-ตาย อีกแล้ว) ต่อไปเมล็ดเจริญงอกแตกกิ่งก้านมาอีก- ฟื้นชีพ (เป็นหยางอีกแล้ว) ดังนั้นหยินหยาง จึงแปรเปลี่ยนได้ไม่สิ้นสุด

    แนวความคิดเช่นนี้นับว่าสำคัญ ถือเป็นการ “ปฏิวัติ” ก็ว่าได้

    เพราะในยุคเล่าจื๊อ-2500 กว่าปีนี้ สังคมมนุษย์ในยุคนั้นเชื่อว่า ความมืด และความสว่าง

    เป็นผลมาจากการมี “ผู้ดลบันดาน” ที่มาในนามต่างๆ หากมนุษย์ต้องการผล “กรรม” ที่ดี

    พวกเขาต้องประกอบการใดๆ ก็ตามเพื่อให้ “ผู้ดลบันดาน” นั้น พอใจ

    สำหรับเล่าจื๊อแล้ว ท่านปฏิเสธความเชื่อเช่นนี้ สรรพสิ่งดำรงอยู่และเคลื่อนไหวแปรเปลี่ยน

    ไปตามเหตุปัจจัยของมันเอง หาเกี่ยวกับผู้ดลบันดานไม่ แม้คนยุคสมัยร่วมของท่านจะเข้าใจยาก

    แต่นับว่าได้วางรากฐาน ที่เป็นหลักการทั่วไป ซึ่งนักวิชาการชอบเรียกว่า General Principles

    ให้กับสังคมไว้เรียบร้อยแล้ว

    ที่จริงผมอยากยกตัวอย่าง กาลิเลโอ กับ คริสตจักร เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นแนวทางคล้ายกัน

    อีกทางซีกหนึ่งของโลกเอาไว้ด้วย แต่ผมประเมินตัวเองแล้วว่าความ “รู้รอบ” อาจน้อยไป

    จึงฝากภาระอันน่าวิสัชนานี้ ไว้กับเพื่อนท่านอื่น...นับถือ นับถือ..

  • 8 ปี ที่ผ่านมา

    สวัสดีค่ะ มิสประสบการณ์น้อยแต่ยินดีมากที่จะร่วมตอบคำถามที่ไม่ง่ายเกี่ยวกับศาสนาและจิตวิญญาณ และดีใจมากที่ได้สนทนาธรรม..

    จากการตอบคำถามหนึ่ง มิสนำคำว่าหยินหยางมาอธิบายกฎแห่งความสมดุลตามธรรมชาติ เพื่อโยงเข้าหากฎแห่งกรรม ว่าธรรมชาติมีการรักษาสมดุลด้วยกฎแห่งกรรม

    หยินหยางคืออะไร ทำไมจึงนำมาอ้างอิง --->

    หยิน - หยาง เป็นปรัชญาของลัทธิเต๋าที่เชื่อว่าสรรพสิ่งบนโลกใบนี้จะต้องมีสิ่งคู่กันเสมอดังเช่นความเป็นวัฎจักรที่หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปอย่างเป็นระบบของธรรมชาติ เช่น การเกิดขึ้นของกลางวันและกลางคืน การหมุนเวียนเปลี่ยนไปของฤดูกาลเป็นต้น... หยินหยางถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวแทนแห่งสัจธรรมของโลก เป็นกฏแห่งความสมดุลของธรรมชาติ... หยินเป็นตัวแทนของความมืดมิด ไม่เคลื่อนไหว อ่อนล้า เศร้าโศก ตวามตาย ความหนาวเย็น ผู้หญิง ...หยางเป็นตัวแทนของความกระตือรือร้น พลังงาน แสงสว่าง ผู้ชาย การเกิด การเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดนิ่ง...หยินแสดงถึงสภาพการคงที่เปรียบเสมือนดิน หยางแสดงถึงสภาพการเคลื่อนไหวเปรียบเสมือนน้ำ เมื่อการคงที่ปะทะการเคลื่อนไหวดังเช่นดินปะทะน้ำจะบังเกิดผลลัพธ์ซึ่งเป็นพลังอันมหัศจรรย์ของโลก และเป็นความลับแห่งจักรวาล พลังเหล่านั้นน้อยคนนักที่มีโอกาสได้สัมผัสอย่างแท้จริง

    จากข้อความข้างบน เราเข้าใจกันแล้วว่าหยินหยางเป็นกฏแห่งความสมดุลของธรรมชาติ พอเราเข้าใจแล้ว เราจะเข้าใจต่อไปด้วยว่า ธรรมชาติมีความสมดุล มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ในตัวของมนุษย์เองก็ต้องมีความสมดุลรวมถึงพฤติกรรมด้วย โดยแรกเริ่มมนุษย์เป็นพลังที่บริสุทธิ์ มีจิตใจสงบ อิ่มเอม ว่างเปล่าในธรรมชาติ ไม่เบียดเบียน ทีนี้พอมนุษย์แหกกฎธรรมชาติ ทำในสิ่งที่เบียดเบียน ธรรมชาติจึงต้องล้างมนุษย์ให้สะอาดเพื่อให้กลับสู่ต้นกำเนิดอีกครั้งด้วยกฎแห่งกรรม ชำระล้างมนุษย์จนกว่าจะสะอาดและว่างเปล่าอีกครั้ง

    แหล่งข้อมูล: http://www.freeforum101.com
  • Singha
    Lv 6
    8 ปี ที่ผ่านมา

    คำว่าหยิน,หยางตามความเข้าใจน่าจะเป็นภาษาจีน

    ที่มีความหมายว่าประมาณว่าสิ่งที่เป็นตรงข้ามกัน

    กฎแห่งกรรม น่าจะมีที่มาจากกรรมฝ่ายดี และกรรมฝ่ายชั่ว

    ความสัมพันธ์นั้นไม่อาจทราบได้ แต่พอจะแยกแยะ

    ความเหมือนและความแตกต่างได้ครับ

  • Forza
    Lv 5
    8 ปี ที่ผ่านมา

    อาจะสัมพันธ์กันบ้างค่ะ มันเป็นตัวแทนของด้านบวกด้านลบ น้ำน้อยแพ้ไฟ ไฟน้อยแพ้น้ำ มันอาจจะอธิบายการเกิดของเอกภพได้ เมื่อใดมีความสามัคคีก็จะเป็นสิ่งเดียวกัน นั่นอาจจะหมายถึงการรวมตัวของธาตุ แต่ก็ยังงงอยู่ดีว่าโลกของเราก็เกิดจากการรวมตัว แต่ทำไมยังมีสิ่งที่เรียกว่า ผืนดิน ผืนน้ำ กลุ่มก๊าซ มันยังมีเหตุผลไม่มากพอ แต่ถ้าคิดไปถึงชาติพบนึกไม่ออกจริงๆ ยังไงก็ขอฟังเพื่อนๆดูอีกที

ยังคงมีคำถามอยู่ใช่หรือไม่ หาคำตอบของคุณได้ด้วยการเริ่มถามเลยในตอนนี้