บางครั้งความไม่รู้กลับกลายเป็นผลดีเพราะไม่มีความกังวลล่วงหน้าจริงไหมคะ?

วันนี้วันศุกร์ ดิฉันได้รับมอบหมายให้ไปบรรยายในชุมชนผู้อพยพชาวเขมร เรื่องการปรับตัว/ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในสังคมอเมริกัน​สำหรับคนเขมรซึ่งได้อยู่มานานพอสมควรแต่อาจจะยังขาดทักษะหรือความเข้าใจในการจัดความเป็นอยู่ของตนให้ลงตัวในสังคมตะวันตก (เป็นหัวข้อบรรยายเชิงสุขภาพจิตน่ะค่ะ)... แสดงเพิ่มเติม วันนี้วันศุกร์ ดิฉันได้รับมอบหมายให้ไปบรรยายในชุมชนผู้อพยพชาวเขมร เรื่องการปรับตัว/ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในสังคมอเมริกัน​สำหรับคนเขมรซึ่งได้อยู่มานานพอสมควรแต่อาจจะยังขาดทักษะหรือความเข้าใจในการจัดความเป็นอยู่ของตนให้ลงตัวในสังคมตะวันตก (เป็นหัวข้อบรรยายเชิงสุขภาพจิตน่ะค่ะ)

ดิฉันไม่ได้ติดตามข่าวความขัดแย้งระหว่างประเทศเราและเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ทราบว่าปัญหาได้ลุกลามมากขึ้นจนถึงขั้นใช้ความรุนแรง เมื่อไปถึงชุมชนชาวเขมร มีคนแอบมากระซิบก่อนบรรยายว่า กลัวหรือเปล่าที่จะต้องมาในวันนี้ ดิฉันไม่ได้เอะใจอะไร เพราะไม่ทราบจริงๆ

ขณะบรรยาย และรับฟังคำถามจากผู้ที่เข้าอบรม ดิฉันมีความตั้งใจเพียงอย่างเดียวว่า ผู้มาฟังมีความทุกข์ใจ ดิฉันจะสามารถทำอย่างไรที่จะช่วยปลดทุกข์ในใจที่เพื่อนคนนี้มี บางคำถามอาจฟังดูมีอารมณ์ แต่ก็ไม่เอะใจคิดแต่ว่าจะตอบคำถามเขาอย่างไรดี หรือพยายามหาทางออกให้เพื่อนร่วมแผ่นดิน (มาอยู่แผ่นดินเดียวกันแล้วตอนนี้) ได้อย่างไรจึงจะดีที่สุด จึงพยายามหาคำตอบ ด้วยความปรารถนาดี แนะนำองค์กรให้ไปติดต่อขอความช่วยเหลือเพื่อหาทางออกให้เขาอย่างดีที่สุด

หลังจบกิจกรรม ผู้จัดงานเดินเข้ามาบอกว่า ดิฉันเป็นคนกล้าที่มาบรรยายในขณะที่ไฟเขมรและไทยกำลังคุกรุ่นขณะนี้ ดิฉันจึงตกใจ แต่ดิฉันได้ให้ในสิ่งดีๆต่อพี่น้องชาวเขมร เมื่อกลับถึงบ้าน จึงหวลกลับมาคิดว่า จริงๆแล้ว..ไม่ว่าโลกเราจะมีความขัดแย้งเช่นไรก็ตาม หากเราแต่ละคนพลเมืองบนโลกใบนี้ ต่างทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด โดยผลักไสความอคติออกจากใจไปไว้ข้างๆสักชั่วคราว โลกของเราคงจะมีสันติและน่าอยู่กว่าที่เป็นอยู่นี้ ความไม่รู้จึงกลับกลายเป็นสิ่งดีสำหรับดิฉันเพราะทำให้ขาดความกลัวไม่มีอคติและความกังวล ไม่กลัวว่าใครเขาจะเกลียดเราเพราะเราเป็นเรา(คนไทย) แต่มุ่งหน้าที่จะให้ในสิ่งที่ดีที่สุดกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน วันนี้จึงดีใจกับความไม่รู้ของตนเองค่ะ เพื่อนๆเคยมีเหตุการณ์เช่นนี้ไหมคะ
9 คำตอบ 9