ทำอย่างไรจะรู้ว่าขณะหนึ่งๆ เรากำลังใช้เหตุผลหรืออารมณ์นำหน้าอยู่?

ถ้าคิดอย่างมีเหตุผล แม้แต่คนโง่ก็มีแนวโน้มจะฉลาดขึ้น แต่ถ้าใช้อารมณ์นำหน้า แม้แต่คนฉลาดก็มีแนวโน้มจะโง่ลง ปัญหาคือทำอย่างไรจะรู้ว่าขณะหนึ่งๆ เรากำลังใช้เหตุผลหรืออารมณ์นำหน้าอยู่?

106 คำตอบ

คะแนนความนิยม
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา
    คำตอบที่โปรดปราน

    อารมณ์ เป็น Wave; ความรู้สึก เป็น Trend; เหตุผล เป็น Fundamental ...

    แหล่งข้อมูล: อยู่ๆ ก็คิดขึ้นมาระหว่างขับรถกลับบ้าน
  • E.V.E
    Lv 5
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    เริ่มจากการเรียนรู้และรู้จักตนเองเสียก่อนว่า โดยพื้นฐานเรามีลักษณะนิสัยไม่ดีเช่นไร เช่น เป็นคนโมโหง่าย ขี้หงุดหงิด เศร้าสร้อย ขี้เกียจ ฯลฯ เพราะนิสัยเหล่านี้มักจะนำอารมณ์มาก่อนเหตุผลเสมอ แล้วสังเกตว่าในแต่ละวัน อารมณ์นั้นๆส่งผลให้เรามีการกระทำแบบไหน และมีผลกระทบกับตัวเองและคนรอบข้างอย่างไร แล้วผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องดีเลวมากน้อยแค่ไหน เมื่อเราได้เห็นตัวอย่างของความไม่ดีที่ได้จากนิสัยเหล่านั้น เราน่าจะมีความละอายพอที่จะพยายามละได้บ้าง

    ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรนำหลักศีลธรรม อย่างน้อยที่สุดคือ ศีลห้า มาเป็นมาตรฐานในการวัดการกระทำของตนเองตลอดเวลา ศีลจะเป็นเครื่องช่วยเตือนสติว่า สิ่งที่เราทำลงไปนั้นเราใช้ เหตุผล หรือ อารมณ์ ในการดำรงชีวิต

  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ที่จริง สติ กับ ปัญญา จะทำให้เรารู้ว่า ขณะหนึ่งๆนั้น เรากำลังใช้เหตุผลหรืออารมณ์นำหน้าอยู่

    ถ้าเรากำลังใช้เหตุผลอยู่ เราก็จะรู้ครับว่าเรากำลังใช้เหตุผลอยู่

    แต่... ในขณะที่เรามีอารมณ์ เรามักจะลืมเหตุผล และไม่คิดถึงหรอกว่าเรากำลังใช้อารมณ์หรือใช้อะไรอยู่

    ต้องเรียกสติกลับมาให้ได้ก่อน สติกลับมาปัญญาจึงจะเกิด อารมณ์จะกลับไปอยู่หลังเหตุผล

    เราต้องเป็นคนมีสมาธิ ใจเย็น ฝึกสมาธิบ่อย ๆ ครับ ฝึกให้เป็นคนมีสติรู้ตัวมีปัญญารู้คิดอยู่เสมอ

    แล้วเราจะรู้เองแหละว่า ขณะหนึ่งๆ เรากำลังใช้เหตุผลหรืออารมณ์นำหน้าอยู่

  • on-ces
    Lv 5
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    อันดับแรก

    ต้องซื่อตรงต่อตนเอง ว่าขณะนั้นเรามีความรู้สึกใดๆอยู่

    ซึ่งมี2ด้านที่ตรงข้ามมากๆ คือ ด้านที่ชอบใจและไม่ชอบใจค่ะ

    หากชอบใจเราก็มีแนวโน้มจะเลือกข้างที่เราชอบ

    หากไม่ชอบใจ จะเหมือนมีแรงดันให้เราไม่อยากเลือกข้างนั้น

    แม้ว่าจะเป็นฝ่ายที่สมควรจะเลือกก็ตาม

    เมื่อสังเกตเห็นว่าชอบใจหรือไม่ชอบใจ

    ก็ไม่ปฏิเสธทั้งสองอย่างทิ้ง แต่รู้ด้วยความเป็นกลาง

    ความชอบใจและไม่ชอบใจจะสงบตัวลงไปเอง

    แล้วจึงตัดสินใจตามเหตุผลที่ควรจะเป็นค่ะ

    นอกจากจะชอบใจกับไม่ชอบใจแล้ว

    ก็ยังไม่การันตีว่าคำตอบจะถูกต้องเสมอไป

    เพราะหากความคิดไม่เฉียบแหลมหรือไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง

    ก็จะทำให้การคิดมีโอกาสผิดพลาดสูง

    บางครั้งเข้าใจผิดเห็นกงจักรเป็นดอกบัวก็เป็นได้ค่ะ

    สรุปลงสักเล็กน้อย

    ชอบใจ คือราคะ ,ไม่ชอบใจ คือโทสะ

    ความไม่รู้คำตอบ คือโมหะค่ะ

    สติทำให้ไม่มีราคะ โทสะ โมหะชั่วคราว

    ก็สามารถคิดตามเหตุผลได้

    ไม่ทำใดๆ ลงไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบค่ะ

    แหล่งข้อมูล: ผิดพลาดก็ขออภัยค่ะ
  • คุณคิดเห็นเป็นเช่นไรเกี่ยวกับคำตอบ? คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้เพื่อโหวตคำตอบ
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ถ้าคุณรู้สึกว่าควบคุมเหตุการณ์นั้นไม่ได้ นั่นคือคุณใช้อารมณ์นำหน้าเหตุผล

    ถ้าคุณสามารถควบคุมเหตุการณ์นั้นได้ นั่นละครับคุณใช้เหตุผลนำหน้าอารมณ์

  • ?
    Lv 6
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    เวลาอารมณ์ขึ้น ใจเต้นแรง รน กิริยาอาการจะเร่งร้อน แล้วในหัวสมองจะเต็มไปด้วยคำถาม ความไม่แน่ใจ ลังเล สงสัย แต่การกระทำทางกายหยุดไม่ได้ ควบคุมไม่ได้เลย ขอสรุปลงที่คำว่า "ไม่รู้"

    เวลาของเหตุผล คือเวลาที่จิตใจสงบ ราบรื่น เย็น มีความมั่นใจในสิ่งที่คิดและทำ ว่านี่คือสิ่งที่เหมาะควร และสรุปลงที่คำว่า "รู้"

  • ไม่ประสงค์ออกนาม
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ถ้าตั้งสติ ก่อนสตารท์(รถ)ได้

    ก็ตั้งสติ ก่อนทำอะไรหลายๆอย่างได้ สิ่งเหล่านี้ต้องฝึก ฝึก และฝึก

  • ?
    Lv 7
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    อารมณ์คนเรามีหลายอย่าง อารมณ์คิดดีๆก็มี อารมณ์ไม่ดีก็เยอะ เช่นความโลภ โกรธ หลง ว้าวุ่น ทุรนทุราย อารมณ์ไม่ดีทั้งหลายๆนี่แหละที่เรารู้ว่ามันไม่ดี แต่ก็ยังทำ เพราะคนเรามัก ลืมตัว คิดเข้าข้างตัวเองว่าถูก ว่าดี จนบางครั้งลืมไปว่า เรากำลัง คิดผิดทำผิด เข้าใจผิดไปก็มี

    คิดว่าทุกคนรู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกมีอารมณ์ไหนในขณะนั้น แต่การจะหยุดอารมณ์ไม่ดีทั้งหลาย และใช้เหตุผลนำหน้าอารมณ์ไม่ดี คนเรามีสติควบคุมได้แตกต่างกัน

    คำว่า อารมณ์ มันมีทั้งบวกและลบ อารมณ์ที่เป็นบวกอาจใช้นำหน้าเหตุผลในบางครั้ง มันก็อาจจะเหมาะสม เพราะถ้าใช้เหตุผล อาจทำให้เราเสียใจก็ได้นะคะ เช่น เราตัดสินคนผิดด้วยการลงโทษ อันนี้เป็นเหตุผล แต่ถ้า คนผิดนั้นเป็น ลูกหลานเรา เป็นคนรักของเรา หรือเป็นคนที่เราอยากให้อภัย เราก็อาจใช้อารมณ์สงสาร เห็นใจและ ให้อภัย นำหน้าเหตุผลด้วยซ้ำ โอบกอด ให้อภัย ให้กำลังใจ แทนการลงโทษ หรือ ตำหนิ ซึ่งแบบนี้มันคงไม่ผิดเสมอไป ใช่ไหมคะ

    เรากำลังใช้เหตุผลหรืออารมณ์นำหน้าอยู่?

    ก็ต้องหยุดใช้สติ จับอารมณ์ของเรา ว่าเรากำลังอยู่ในอารมณ์ไม่ดีเช่น โลภ โกรธ หลง หรือไม่ จะทำอะไร หรือกำลังทำอะไรที่ไม่ดีไม่เหมาะสมหรือเปล่า เข้าข้างตัวเอง(หลงตัวเอง)ไหม ลำเอียงหรือไม่ แล้วใส่ ความคิดที่ดี ลงไป เอาความคิดดีดีมาสอนจิตของเราให้มีเหตุผลในทางที่ดี เพื่อจะได้ ยั้งคิดยั้งทำ ไม่ให้ตัวเรา ลืมตัว ทำสิ่งไม่ดีไปตามอารมณ์ขณะนั้น

    เช่น เรากำลังว้าวุ่นใจ กำลังโมโห ก็หยุดคิดสักนิด ว่าเราเป็นอะไร ทำไมต้องมีความรู้สึกเช่นนั้น มีเหตุผลอะไร ถ้าเรา หยุด และ ควบคุมตัวเองให้สงบลงได้ และคิดดีแล้วว่า จะทำอย่างไรต่อไป โดยปราศจากความโลภ โกรธ หลง ความอยากได้ อยากมี ทั้งหลาย เราก็จะรู้ว่าควรทำอย่างไร ถึงจะดี จะเหมาะสม อารมณ์ไม่ดีทั้งหลายก็จะค่อยๆหายไป หรือ เรียกสติ กลับคืนมาได้ก่อนที่จะทำอะไรลงไป

    ถ้าเราทำเช่นนี้ได้บ่อยๆ เราก็จะฝึกตัวเองให้เป็นคนที่ไม่ว่อกแว่กกับสิ่งยั่วยุ หรือสิ่งที่ทำให้เราไม่สบายใจทั้งหลาย รู้จักปล่อยวาง และคิดให้รอบคอบ มีสติ อยู่กับตัว ไม่ปล่อยให้อารมณ์(ไม่ดี)นำหน้าหรือครอบงำเหนือเหตุผลที่เหมาะที่ควร ค่ะ

    การจะตัดสินว่าเหตุผลของเรา ดีหรือเหมาะสมหรือไม่ ก็ต้องไตร่ตรองเหมือนกัน ไม่ใช่คิดแต่ว่าดีของเรา แต่มันเลวหรือไม่ดีสำหรับคนอื่น แบบนี้ก็ไม่ถูก ต้องใช้จริยธรรมและมโนธรรม คุณธรรม การยอมรับความจริง การให้อภัย ความีเมตตา ใช้ประกอบเหตุผลด้วยกัน ไม่ใช่ตรงแหน่วเกินไป ตึงเกินไป หรือหย่อนเกินไป เพราะบางครั้งมันก็ไม่ใช่ว่าจะดีไปทั้งหมด ควรคำนึงถึงใจเขาใจเราด้วย

    คิดดี ทำดี พูดดี เปลี่ยนสถานการณ์จากลบเป็นบวกได้

    และบางครั้ง..การใช้ความรู้สึกที่ดีต่อกัน(อารมณ์ในแง่บวก)นำหน้าเหตุผล ก็สามารถเป็นไปได้

    คิดว่า อย่างนี้ค่ะ ไม่อย่างนั้น จะมีหรือ รักโดยไม่มีเหตุผล แต่คนเราบางคนก็เลือกที่จะยอม และสามารถมีความสุขได้ ไม่ว่าจะยากดีมีจน ก็ไม่สนใจ หรือว่าไม่จริง

  • ไม่ประสงค์ออกนาม
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ให้พิจารณาว่า ณ ขณะนั้น เราใช้สติปัญญาพิจารณาก่อน จึงค่อยทำไปตาม เหตุผลที่มองเห็นแล้ว หรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่า ณ ขณะนั้น เรากำลังใช้เหตุผลนำหน้าอยู่..........แต่ถ้า ณ ขณะนั้น เราทำไปตามความรู้สึกที่กำลังเกิดอยู่เฉพาะหน้า แสดงว่าเรากำลังใช้อารมณ์นำหน้าอยู่

  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    สรุปว่าต้องคิดอย่างมีเหตุผล....โดยกระบวนการคิด ต้องตั้งอยู่บนการมีสติเป็นตัวระลึกรู้ทุกขณะการกระทำในปัจจุบันขณะ หากเราระลึกรู้ มีสติอยู่ตลอดเวลาแล้ว มีความนิ่งในอารมณ์ ตั้งมั่นในจิตของเราเอง เราย่อมไม่เอาอารมณ์มาใช้ให้อยู่เหนือเหตุผลอย่างแน่นอนค่ะ (เดินรู้ ยืนรู้ นั่งรู้ รู้ว่ากำลังทำอะไร อย่างไร )...^_^

  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ก็คงต้องมีติก่อน แล้วย้อนกลับมาดูว่าเราเองตอนนี้กำลังใช้อารมณ์กับคำตอบนั้นๆหรือเหตุผลกันแน่เพราะระหว่างคำว่าอารมณ์กับเหตุผลมันอยู่ติดกัน เหตุผลไม่ดีอารมณ์ก็เกิด เกิดอารมณ์เสียงัย

    เพราะคนทุกคนย่อมคิดเสมอว่าเหตุผลของตนเองถูกต้องเสมอ แต่คนอื่นรับไม่ได้ พอไม่มีใครเข้าใจเหตุผลของเรา มันก็จะเกิดอารมณ์บ่อจอยขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้ามีสติเข้ามาทุกอย่างอาจจะควบคุมได้

ยังคงมีคำถามอยู่ใช่หรือไม่ หาคำตอบของคุณได้ด้วยการเริ่มถามเลยในตอนนี้