หลักการบริหารที่ดีที่สุดเป็นอย่างไร? มีหลักเกณฑ์อะไรบ้าง? ขอรายละเอียดย่อ ๆ?

คุณแม่เป็นผู้บริหารที่บริษัทแห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้กำลังมีปัญหา จึงอยากจะหาทางช่วยท่านบ้าง

อัปเดต:

ผมไปต่างจังหวัด จึงไม่ได้เปิดดู ขอโทษด้วย

ปัญหาน่าจะเป็นเรื่องการวางแผนยังไม่ดีพอ ปัญหาเกี่ยวกับลูกน้องสร้างปัญหา ปัญหาเรื่องการวัดผลงาน มาตรฐานยังไม่ดีพอ ฯลฯ

5 คำตอบ

คะแนนความนิยม
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา
    คำตอบที่ดีที่สุด

    หลักการบริหารที่ดีที่สุด "ไม่มี"

    แต่หลักการบริหารที่ดีที่สุด "เฉพาะที่" หรือ "เฉพาะกลุ่ม" นั้นมีมากมาย

    โดย “หลักการบริหารที่ดี” ควรมีครบทั้ง 8 ขั้นตอน ซึ่งแต่ละขั้นตอน ผมได้สรุป “หัวใจ” ไว้ให้แล้ว (เช่น เพื่อ…..) ไปทำความเข้าใจเอาเองก็แล้วกัน

    "หัวใจ" ของการบริหาร อยู่ที่ "จงทำงานให้สำเร็จ โดยอาศัยสิ่งอื่น" ประกอบด้วย 8 ขั้นตอน

    1. การวางแผน (Planning) คือ การร่วมมือกับเจ้านายในการจัดวางโครงการและวางแผนปฏิบัติงานต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า ว่าจะต้องทำอะไรบ้างและทำอย่างไร (เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้)

    2. การจัดองค์การ (Organizing) คือ การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชาว่าใครจะต้องทำงานใด ขึ้นตรงกับใคร และรายงานผลการปฏิบัติงานกับใคร (เพื่อให้ง่ายต่อการปกครอง)

    3. การจัดคนเข้าทำงาน (Staffing) คือ การจัดอัตรากำลัง การฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร การสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี การประเมินผล และให้พ้นจากงาน (เพื่อการสร้างคนเก่ง)

    4. การอำนวยการ (Directing) คือ การตัดสินใจ การสั่งการ การจูงใจ การสร้างขวัญการทำงาน การประสานงาน และการสื่อสาร (เพื่อการเปลี่ยนแปลงทัศนคติในทางที่ดี)

    5. การควบคุม (Controlling) คือ การตรวจสอบการทำงาน ตรวจสอบมาตรฐานในการทำงาน และการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ (เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ตรงประเด็น)

    6. การประสานงาน (Coordinating) คือ การติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานและในหน่วยงาน ให้มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไปในทิศทางเดียวกัน (เพื่อการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ)

    7. การเสนอรายงาน (Reporting) คือ การรายงานผลการปฏิบัติของหน่วยงานให้แก่ผู้บริหารและสมาชิกได้ทราบความเคลื่อนไหว (เพื่อขอการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาอย่างเต็มที่)

    8. การจัดทำงบประมาณ (Budgeting) คือ จัดสรรการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนวณการใช้งบประมาณไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ เช่น จัดทำตารางรายรับ รายจ่าย หรือกำไร เอาไว้ให้ชัดเจนในอนาคต (เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายให้ต่ำสุด)

    ข้อเสนอแนะ

    การปกครองคนนั้นมิใช่ง่าย

    เพราะคนหมายเสรีเป็นที่ตั้ง

    ใช้อำนาจบาดใหญ่ให้เชื่อฟัง

    คนอาจชังฟังแล้วทำด้วยจำใจ

    มนุษย์สัมพันธ์ของหัวหน้าค่าเป็นหนึ่ง

    ต้องลึกซึ้ง ลูกน้องคือเรื่องใหญ่

    อย่าปล่อยปละละเลยเฉยเมยไป

    ปกครองใครให้อบอุ่นมีคุณธรรม

    วาทศิลป์ของหัวหน้าใช่เรื่องเล็ก

    เป็นมนต์เสกหัวใจให้ชื่นฉ่ำ

    ยินแล้วปลื้มลืมทุกข์สุขลึกล้ำ

    เกิดกำลังสร้างสรรค์ขยันงาน

    เป็นหัวหน้าทั้งทีเป็นดีไว้

    เป็นหลักใจให้ลูกน้องครองสมาน

    ประกอบกิจใดก้าวหน้าอ่าโอฬาร

    ทั้งเบิกบานรับใช้องค์กรด้วยเต็มใจ

    เป็นหัวหน้าบ้าอำนาจขาดคนรัก

    คนไม่ปักใจหลงอย่าสงสัย

    หัวหน้าดีมิได้นั่งบนหัวใคร

    แต่ควรนั่งอยู่ใน "หัวใจคน" (ขอบคุณเจ้าของบทกลอนนี้)

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ใช้ ธรรมะ มาประกอบการคิด และการวิเคราะห์

    คำตอบ จะมาจากตรงนั้น

    แหล่งข้อมูล: www.palungjit.com
    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    เพิ่มรายละเอียดกว่านี้ได้ไหม จะได้ตอบชัดเจนค่ะ

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • NUI
    Lv 6
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    หลักการจัดการบริหารงานที่ดี ควรลดความขัดแย้งในที่ทำงาน

    ถ้ามองในมุมการบริหารแรงงานก็คือ ความขัดแย้งระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง

    แต่เมื่อพิจารณาให้ละเอียดแล้ว ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มักจะมีสาเหตุจากเสรีภาพส่วนบุคคลของพนักงาน ในขณะที่นายจ้างต้องการประสิทธิภาพในการผลิต จึงกลายเป็นปฐมเหตุของความขัดแย้งในการบริหารงานในองค์การ

    เสรีภาพของพนักงาน คือ

    - ความต้องการความเป็นอิสระจากการควบคุมขององค์การและผู้บังคับบัญชา

    - ความเป็นอิสระของพนักงานที่ไม่อยากให้นายจ้างควบคุม ก็คือความต้องการค่าจ้างเงินเดือนที่สูง ต้องการสภาพการทำงานที่ดี ต้องการจำนวนชั่วโมงการทำงานที่น้อยลง ต้องการรวมกลุ่มเพื่อสร้างอำนาจต่อรองและต้องการตั้งสหภาพแรงงาน ฯลฯ เหล่านี้คือ ความคิดของพนักงานที่เรียกว่า เสรีภาพและอ้างว่านี่แหละ คือ เสรีภาพที่อธิบายได้ทั้งภายในและภายนอกองค์การ

    เราจะเห็นว่าเสรีภาพดังกล่าว คือ ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สำคัญที่นายจ้างต้องการควบคุมให้อยู่ในวงจำกัด ในขณะที่ลูกจ้างเห็นว่าเป็นการเอาเปรียบและเข้าใจว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพ อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าในการบริหารองค์การ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับองค์การ องค์การคงอยู่ และเติบโตจะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าสมาชิกขององค์การก็สามารถจะมีความมั่นคงทาง อาชีพการงานได้ การเรียกร้องเสรีภาพเกินขอบเขต ในที่สุดทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็นนายจ้างลูกจ้างก็อยู่ไม่ได้

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • คุณคิดเห็นเป็นเช่นไรเกี่ยวกับคำตอบ? คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้เพื่อโหวตคำตอบ
  • ไม่ประสงค์ออกนาม
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    หลักการบริหารงานแบบ Kaizen

    Kaizen หรือการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องนั้น แบ่งกว้างๆ ออกเป็น 3 ประเภท ตามลักษณะการปรับปรุง คือ

    1.การรักษามาตรฐานการปฏิบัติงาน ทุกองค์การต้องมีเป็นพื้นฐาน แม้ว่าองค์การจะมีมาตรฐานการปฏิบัติงานแต่ในความเป็นจริงก็มีหน่วยงานย่อย ไม่น้อยที่ไม่ได้ทำตามมาตรฐานที่มี คำถามคือ ทำไมหรือ ผู้คนจึงไม่ทำตามมาตรฐานที่มี เหตุผลที่พอจะพบในความเป็นจริงคือ

    -ความไม่ทันยุคทันสมัยของมาตรฐาน ที่เป็นเช่นนี้คือการขาดการปรับมาตรฐาน เพราะคิดว่ามาตรฐานเป็นสิ่งที่ปรับไม่ได้ แท้จริงแล้วคิดแบบนี้ถือว่าผิดถนัดเลยครับ มาตรฐานเป็นสิ่งที่คนเขียนขึ้นดังนั้นคนนั่นแหละที่จะต้องปรับแก้ให้ทันสมัย

    -ความที่มาตรฐานนั้นขาดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ปกติมาตรฐานการปฏิบัติงานใดๆต้องมีวัตถุประสงค์ของงานที่ชัดเจน เมื่อชัดเจน ตัวมาตรฐานเองจะเป็นแนวทางที่จะนำพาไปสู่เป้าหมายที่ง่ายขึ้น

    -มาตรฐานขาดความยืดหยุ่น ทำผู้คนที่ปฏิบัติตามรู้สึกอึดอัดในการปฏิบัติ

    -มาตรฐานเป็นเหมือนกฎ ที่พร้อมจะให้แหก เพราะหากใครแหกได้ มักจะเด่น อันเป็นความคิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมไม่ได้ (คนไทยก็แปลก ชอบยกย่องคนที่แหกกฎได้ว่า "เก่ง" เช่นยกย่อง ศรีธนญชัย ว่าเป็นคนเก่ง แต่ถ้าพิจารณาให้ดี พบว่า ความเก่งที่ปรากฎเป็นเรื่องเก่งแกมโกง)

    -ความที่ขาดการฝึกอบรม Training ให้เป็นแนวทางเดียวกัน เพราะะลักษณะการฝึกอบรมของอุตสาหกรรมไทยไม่ค่อยมีระบบ แต่เป็นการฝากให้หน้างานอบรมกันเอง เพราะคิดแต่เพียงว่าถ้าใส่คนลงไป งานจะออกมา มากขึ้น อันเป็นการมองเป้าหมายแต่เพียงตัวเลข แต่ขาดการมองภาพรวม ว่า งานเสียจะมีมากขึ้นหรือไม่

    2. การปรับปรุงทีละเล็กทีละน้อย

    ในประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ให้ทุกคนในองค์การได้รู้จักการ เลิก ลด เปลี่ยน กระบวนการทำงานที่ไม่เหมาะสม เครื่องจักรที่ซื้อมาแต่ใช้งานไม่เต็มที่ หรือไม่เหมาะกับงาน การจัดเก็บวัสดุ การเคลื่อนย้ายที่มากเกินไป การเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดความเมื่อยล้า การวิเคราะห์หาสาเหตุเล็กน้อยๆที่ทำตามมาตรฐานแล้วก็ไม่สามารถบรรลุวัตถุ ประสงค์ที่กำหนดไว้ นับเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับทุกคน ดังนั้น แต่ละหน่วยงานต้องกลับมาพิจารณาว่าหน่วยงานของตนในแต่ละงาน สามารถปรับปรุงอะไรได้บ้าง หรือสามารถแก้ไขปัญหาอะไรเล็กๆน้อยๆ ได้บ้าง หากบริษัทใด มีมาตรฐานมาก่อน ก็จะทำข้อนี้ง่ายขึ้น

    3. การปรับปรุงที่ยกระดับชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ (Breakthrough)

    ในประเด็นนี้ เป็นเรื่องที่เป็นการปรับปรุงเรื่องใหญ่ๆ และส่วนมากแล้วผู้ที่จะมาทำการปรับปรุงเรื่องแบบนี้ มักเป็นหน้าที่ของผู้บริหารระดับล่างเป็นต้นไป ใครยิ่งสูงยิ่งต้องปรับปรุงเรื่องใหญ่มากขึ้น เช่น การกำหนดนโยบายใหม่ๆ การเปลี่ยนกระบวนการผลิตใหม่ การวาง line layout การวาง line balancing การกำหนดจำนวนคนในการปฏิบัติงาน การยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า การแก้ไขปัญหาทางการเงิน การสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆที่ดีขององค์การ การกำหนดกลยุทธ์ในการสร้างแรงจูงใจที่ดีต่อการทำงาน ฯลฯ

    **หาและอ่านดูแล้วน่าสนใจบ้างเหมือนกัน ลองอ่านดูนะคะ คงต้องศึกษาหลายๆแนวทาง ที่เหมาะสมกับการนำไปใช้ **

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
ยังคงมีคำถามอยู่ใช่หรือไม่ หาคำตอบของคุณได้ด้วยการเริ่มถามเลยในตอนนี้