โรงเรียนสอนทำอาหาร จะเติบโตได้อย่างไร?

ติดตาม
  • ติดตามแบบเปิดเผย
  • ติดตามแบบไม่เปิดเผย
  • เลิกติดตาม
การเปิดโรงเรียนสอนวิชาชีพ สอนหรือไม่ , การหานักเรียนเข้ามาเรียนต้องทำอย่างไร
คำตอบที่ดีที่สุดตัวเลือกของผู้ถาม
ขอตอบตามความคิดเห็นนะคะ ในฐานะที่เป็นคนชอบทำอาหารและก็เคยไปเรียนทำอาหารมาบ้าง ซึ่งคำตอบนี้อาจไม่เกิดประโยชน์กับคุณเลยก็ได้ค่ะ แต่เป็นการตอบตามประสบการณ์
ในปัจจุบันนี้มีโรงเรียนสอนทำอาหารเปิดอยู่บ้าง ไม่มากนัก ยกเว้นที่กำหนดเป็นหลักสุตรหนึ่งอยู่ในการศึกษาภาคปกติ ระดับ ปวช - ปริญญาตรี ก็จะมีในหลายลักษณะ เช่น
๑.โรงเรียน สถาบันที่เปิดมานาน มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับและได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกประเทศ เช่น การรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ สถาบันสอนทำอาหารชื่อดังต่างประเทศ อย่าง กอร์ดองเบลอ
๒.โรงเรียนที่เปิดขึ้นใหม่ที่มีแบรนด์ หรือจุดขาย จุดดึงดูด สีสันที่น่าสนใจ นอกเหนือจากความสามารถและหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับ เช่น รร.ของ อ.ยิ่งศักดิ์ ซึ่งตัวอาจารย์เองเท่ากับเป็นแบรนด์ของโรงเรียน
๓.หน่วยงานภาครัฐ - เอกชน เปิดสอนฉพาะกิจ หรือเปิดสอนในหลักสูตรต่าง ๆ
๔.การเปิดสอนของบุคคลตามบ้าน โดยผู้สอนอาจเป็นคนที่สืบทอดเชื้อสายสูตรเด็ดเคล็ดลับจากตระกูลเก่าแก่บวกกับความรู้ในปัจจุบัน หรือจากคนที่สืบทอดสูตรจากวิทยาลัยในวัง ฯ หรือผู้เฒ่าผู้แก่ คนมาเรียนจะรู้สึก "ยืด" เอาไปโม้ได้ ผู้เรียนจะรู้จากการบอกต่อกันปากต่อปาก

การจะเปิดรร.สอนทำอาหารจะเวิร์คมั้ย ดิฉันก็ไม่แน่ใจนะคะ แต่มีข้อคิดเห็นตามนี้ค่ะ
.....๑.จุดขายจุดแรก คือผู้สอนเป็นใครน่าเชื่อถือแค่ไหน สอนสนุก รู้จริงมั้ย ชื่อเสียงจะตามมาแบบปากต่อปาก
....๒. การรับรองความน่าเชื่อถือ ใบรับรอง สถานสอนทำอาหารหลายแห่งจะมีการออกใบรับรองการผ่านหลักสูตร(ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) ผู้เรียนบางคนต้องการใบวุฒิบัตรพวกนี้เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางในการสมัครงาน ในการนำไปศึกษาต่อทางด้านนี้ แต่โดยส่วนตัว ใบประกาศพวกนี้ สำหรับดิฉันเป็นเรื่องขำ ๆ ได้มาแล้วก็จะทำหายได้ในเวลาไม่นาน สูตรและเคล็ดลับ เรียนแล้วทำได้จริงต่างหากที่น่าสนใจ
ซึ่งกลุ่มผู้เรียนก็มีหลากหลาย ทั้งที่เรียนประดับความรู้ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เรียนเพื่อประกอบอาชีพ ก็ต้องพลิกแพลงรองรับได้ทุกกลุ่ม
....๓.การถ่ายทอดความรู้แบบไม่หวงสูตรเด็ดเคล็ดลับมีผลต่อชื่อเสียงในระยะยาว และจะได้ใจผู้เรียนมาเต็ม ๆ โดยเอกสารประกอบการสอนไม่ต้องลงรายละเอียดที้งหมด กันพวกก้อปปี้ไปทำมาหากิน แต่ใช้ สอนไป ทำไป บอกไป ทั้งข้อปฏิบัติและข้อควรระวัง
....๔.การเอาใจแลกใจ ยินดีให้ข้อมูล รับปรึกษาแม้ว่าศิษย์เรียนจบไปแล้ว เพื่อที่ว่าวันหลังเราเปิดคอร์สใหม่ เขาอาจมาลงเรียนอีก ถือเป็นการรักษาลูกค้าเก่า ต่อยอดกลุ่มลูกค้าใหม่
....๕.การกำหนดหลักสูตร ตอบสนองทุกความต้องการ ชัดเจน หลากหลายหลักสูตร แต่สามารถยืดหยุ่นในกลุ่มได้(ถ้าไม่อยากเรียนอันนี้ ทำเป็นแล้ว เอ้า ก็เปลี่ยนมาเรียนอาหารจานอื่นแทน หรือไม่ก็ยืนยันว่าของครูสูตรเด็ด คุณเรียนแล้วลองเอาไปเปรียบเทียบพัฒนากับสูตรเดิม) เช่น หลักสูตรขนมอบ ขนมไทย อาหารจานเดียว อาหารเพื่อการประกอบอาชีพ เช่น ปาท่องโก๋ - น้ำเต้าหู้ ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู เป็ดย่าง ข้าวหมูแดงหมูกรอบ สุกียากี้ ขนมจีบซาละเปาติ่มซำ ซึ่งการสอนแบบนี้อาจแถมการคำนวณต้นทุน ราคาขาย และมีการลงรายละเอียดสูตรทำกินเอง สูตรเพื่อการค้าด้วย
....๖.หลักสูตรรวม สำหรับคนชอบความคุ้ม ชอบการเรียนรู้หรือคนที่ยังหาตัวเองไม่พบ ไม่เรียนเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง มีทั้งคาว - หวาน ขนมอบ สลัด ลงคอร์สเดียวได้เรียนหลายอย่าง
....๗.ระยะเวลาในการเรียน ผู้เรียนแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน ว่างสะดวกไม่เหมือนกัน บางคนสามารถเรียนต่อเนื่องทุกเสาร์ ๕ - ๑๐ สัปดาห์ บางคนชอบเช้าจดเย็นม้วนเดียวจบ บางคนชอบจะลางาน(หรืออาจเป็นแม่บ้าน)มาเรียนต่อเนื่องสามวันห้าวัน กำหนดหลักสูตรให้หมาะสม ควรมีให้เลือก อาจมีกั๊กว่าเราจะสอน ห้าอย่าง แล้วบอกว่าแถมให้อีกอย่างหนึ่ง ตอนสอนไปแล้ว จะได้ใจมาอีกสองกระบุงโกย
....๘.มีสีสัน มีหลักสูตรใหม่ อาหารจานใหม่มาสอน กลุ่มลูกศิษย์เก่า จะได้ไม่ขาดการติดต่อ
....๙.ให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ ให้เขารู้ว่าเราเปิดสอน อาจลงโฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น รายการอาหารบางรายการยินดีให้เราไปออกรายการ (เราจ่ายเงินไม่ใช่เราได้ค่าตัว) หรือทำสปอตในราย

เรตติ้งและความเห็นของผู้ถาม

3 จาก 5
ดีใจค่ะที่คุณได้แนะนำ เป็นคำแนะนำที่ดีมาก
  • ให้เรต
  • ความคิดเห็น

คำตอบอื่นๆ (2)

ให้คะแนนเป็นสูงสุด
  • ให้คะแนนเป็นสูงสุด
  • เก่าที่สุด
  • ใหม่ที่สุด
  • Just2bKids ตอบแล้ว 6 ปีที่ผ่านมา
    สำหรับเรื่องทั่วๆไป คุณ คห. ข้างบนตอบไว้ได้ดีมากแล้วครับ ส่วนเรื่องการหานักเรียนมาเข้าเรียน เจ้าของคำถามคงต้องใช้ระยะเวลาในการสั่งสมความน่าเชื่อถือก่อนนะครับ ไม่งั้นถ้าเปิดรับสมัครเลย แล้วมีคนมาเรียนแค่ 2-3 คน มันจะไม่คุ้ม ส่วนวิธีการโปรโมต ก็ใช้การโฆษณาผ่าน google ก็ได้ เพราะเดี๋ยวนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น แถมใช้ต้นทุนในการโฆษณาต่ำด้วย ถ้าสนใจก็ลองหาหนังสือ "วิธีโปรโมตเวปไซต์ให้ดังศาสตร์" ของคุณ ตราวุธ มาลองอ่านดูก่อนได้
    • ให้เรต
    • ความคิดเห็น
  • Thoun vy ตอบแล้ว 6 ปีที่ผ่านมา
    คุนต้องดูว่านักเรียนสะไหนนี้เขาชอบอะไรและแฟสั้นแบบใดเจ้ากะเรดไปตานความเรืยกรอ้ง
    ของนักเรียนแล้วเจ้าจะใด้นักเรียน.
    • ให้เรต
    • ความคิดเห็น
  • Sign In 

    เพื่อเขียนคำตอบของคุณ

ถามคำถาม

ใครที่ติดตามคำถามนี้?

    %
    คำตอบที่ดีที่สุด
    สมาชิกตั้งแต่:
    คะแนน: คะแนน: ระดับ
    คำตอบทั้งหมด
    คะแนนในสัปดาห์นี้
    ติดตาม
     
    เลิกติดตาม
     
    บล็อค
     
    เลิกบล็อค