แมงกระพุนมีพิษกับไม่มีดูความแตกต่างอย่างไร?

ปรกติทั้งสองแบบจะอยู่ด้วยกันหรือเปล่า

จะได้เลี่ยงได้ถูกเวลาเล่นน้ำทะเล

6 คำตอบ

คะแนนความนิยม
  • ไม่ประสงค์ออกนาม
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา
    คำตอบที่ดีที่สุด

    แมงกระพรุนที่ตัวใส ๆ จะไม่มีพิษ แต่ตัวที่ออกสีแดง ๆ เป็นแมงกระพรุนมีพิษเรียกว่าแมงกระพรุนไฟ แมงกะพรุนมักเข้าฝั่งเวลาหลังฝนตก เพื่อกินอาหารที่ถูกพัดจากแผ่นดิน เลี่ยงการไปทะเลหลังฝนตก เวลาลงทะเลมองดูน้ำรอบๆตัวไว้ด้วย หรือไม่ก็เลิกไปทะเลหน้าฝนมันซะเลยย่อมปลอดภัยสุดๆ

    แมงกะพรุนไฟ

    สัตว์พวกแมงกะพรุนไฟ มีพิษที่เหล็กใน อยู่ที่บริเวณหนวดเส้นเล็ก ๆ ซึ่งจะปล่อยออกมาแทงผิวหนังของคน ทำให้ปวดแสบปวดร้อนไปนาน ผิวหนังบริเวณนั้นจะบวมเป็นผื่นแดง พอง แตก และแผลหายช้า ถ้าโดนมากคนไข้อาจถึงช็อก หายใจลำบาก จนถึงสิ้นสติตายได้

    อาการ

    อาการเฉพาะที่ เมื่อถูกหรือสัมผัสกับสัตว์ที่มีพิษเหล่านี้จะรู้สึกเจ็บ ปวดแสบปวดร้อน บริเวณที่ถูกจะมีสีแดงเข้ม บางครั้งเหมือนรอยไหม้ ประมาณ 20-30 นาที จะบวมนูนขึ้นเป็นทางยาวตามผิวหนัง ต่อไปจะเกิดเป็น Vesicle เล็ก ๆ หรืออาจเป็น Bleb ใหญ่ และแตกเป็นแผลเรื้อรัง กว่าจะหายกินเวลานานแม้ว่าตกสะเก็ดแล้วก็เกิดแผลใหม่อีก อาการที่เกิดขึ้นจะมีความรุนแรงแตกต่างกันไปสุดแล้วแต่ชนิดและอาการกระทบ******ตลอดจนบาดแผลที่ได้รับว่าอยู่ที่ส่วนใดของร่างกายและเนื้อที่มากน้อยเพียงใด พวกที่มีพิษน้อยก็จะรู้สึกคันๆ แสบร้อนเล็กน้อยแล้วก็หายไป พวกที่ทำอาการรุนแรง ได้แก่ พวกแมงกะพรุนไฟ พวกสาหร่าย พวกเรือรบปอร์ตุเกส พวกปะการังเขากวางแบน และพวกแอนีโมนส์ เป็นต้น บริเวณที่ถูกถ้าเป็นเนื้ออ่อน เช่น บริเวณขาอ่อน ตามซอกคอและหน้า อาการก็จะมาก

    อาการโดยทั่วไป ชนิดที่ไม่มีพิษมาก อาจไม่มีอะไร บางชนิดจะมีอาการรุนแรงมาก เช่น พวกสาหร่าย แมงกะพรุนไฟ เรือรบปอร์ตุเกส พวกนี้จะมีอาการปวดอย่างรุนแรง ต่อมาประมาณ 30 นามี 1 ชั่วโมง จะมีชาตามมือ เท้าและกล้ามเนื้อหดเกร็ง ทำให้จุกเสียด หายใจไม่สะดวก ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อโดยทั่วไปและมีไข้ กว่าจะทุเลากินเวลา 24 ถึง 48 ชั่วโมง

    ในรายที่รุนแรงและผู้ป่วยมีอาการแพ้มาก อาการกล้ามเนื้อเกร็งจะมีมากโดยทั่วไปทั้งร่างกาย อันตรายที่จะเกิดขึ้นก็คือ เกิดที่กล้ามเนื้อบริเวณลำคอ กล่องเสียง ทำให้หายใจไม่สะดวก มีน้ำเมือกออกมาในหลอดลม ถ้าอาการมากขึ้นผู้ป่วยเกิดอาการเขียวคล้ำ และในที่สุดเกิดหัวใจอ่อน เลือดไปถึงสมองได้น้อย เพ้อ พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ต่อไปแรงดันเลือดตก เหงื่อออกตัวเย็น ซ็อค และถึงแก่ความตายได้ ในบางรายอาจเกิด Anaphylactic shock ผู้ป่วยถึงแก่ความตายได้ภายในเวลา 10-15 นาที

    การปฐมพยาบาล ให้ปฏิบัติดังนี้

    1.) เมื่อถูกแมงกะพรุนไฟในตอนแรก ให้ใช้ทรายที่หาดนั้นถูบนผิวหนังเบาๆ หรือผ้าเช็ดตัวเช็ด

    เพื่อขัดเอาน้ำเมือก ๆ จากตัวแมงกะพรุนไฟบนผิวหนังออกล้างด้วยน้ำทะเล ห้ามใช้น้ำจืด

    2.) ให้ใช้พวกด่างอ่อน ๆ เช่นน้ำแอมโมเนีย หรือแอมโมเนียหอม หรือน้ำยา

    โซดาไบคาบอเนต หรือน้ำปูนใสชุบปิดแผลนั้นไว้ หรือขยำต้นและใบผักบุ้งทะเลให้ได้วุ้นลื่นๆมาพอกแผล

    3.) หลังจากนั้นใช้พวก แอนติฮิสตามีนครีม หรือพวกคอร์ติโคสเตอรอยครีม (เช่น เพร็ดนิโซโลนครีม ฯลฯ)

    4.) ถ้ามีอาการปวดให้รับประทานยาแก้ปวด เช่นแอสไพริน เอ.พี.ซี. นำส่งโรงพยาบาล เพราะอาจมีอาการร้ายแรงอื่น ๆ ร่วมด้วย (ถ้ามีอาการมาก แพทย์อาจให้พวก 10% แคลเซียมกลูโคเนทเข้าเส้นช้า ๆ และยาอื่น ๆ ตามอาการ)

    การป้องกัน

    การทาน้ำมันตามตัว เช่น น้ำมันโอลีฟ (olive oil) จะช่วยกันไม่ให้เหล็กในแทงเข้าในผิวหนังได้ หรือการใส่เสื้อผ้าหุ้มร่างกายในการว่ายน้ำในย่านที่มีแมงกะพรุน จะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด เพราะเหล็กในของสัตว์เหล่านี้ไม่สามารถที่จะแทงทะลุผ้าเข้ามาได้

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    เอ้า....คนอยู่ทะเลมาแต่เกิดตอบให้นะ....แมงกระพรุน...ปกติจะไม่เข้ามาอยู่ชายหาดบริเวณที่มีคนเล่นน้ำพรุกพร่าน....แต่เฉพาะหน้าหนาวจะเข้ามาชายหาดเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงเช้ามืด...เพราะช่วงนี้น้ำทะเลจะนิ่งมากพวงแพลงตอนหรือสัตว์น้ำเล็ก ๆจะเข้ามาเล่นน้ำหากินใกล้ฝั่งมาก ๆจึงดึงดูดแมงกระพรุนตามมาด้วย...เต็มชายหาดเลย....

    **** ข้อสังเกต ******

    - แมงกระพรุนที่ไม่มีพิษและนำมารับประทานได้นั้น...คือแมงกระพรุนถ้วยหรือแมงกระพรุนจาน..มีลำตัวทั้งสายสีขาวใสทั้งตัว...แต่อาจจะมีน้ำเมือกปล่อยออกมาทำให้คันตามตัวได้...

    - แมงกระพรุนที่มีพิษชนิดเกิดผดผื่นจนถึงขนาดโดนแล้วช็อค..หรือเกิดแผลเหมือนไฟไหม้...ข้อสังเกตง่าย ๆ ลำตัวและสายจะมีสีสันสวยงามมีสายยาวมาก..จนถึงมากที่สุดคือแมงกระพรุนไฟ...ถ้าพบเจอรีบออกให้ห่างเลยถึงคุณจะไม่ได้สัมผัสโดนตรงแต่น้ำเมือกที่มันปล่อยมาอาจจะทำให้คุณเกิดอาการแพ้ขึ้นเม็ดผื่นแดงและคันไปทั้งตัวและนานมากกว่าจะหาย..หายแล้วก็เป็นเม็ดดำ ๆทั้งตัวอีกนานกว่ามันจะจางหาย...ฤดูที่จะเจอมาก ๆก็กำลังจะมาถึงแล้ว...ควรนำไปบอกต่อ ๆกันด้วยครับ...*จำไว้นะครับแมงกระพรุนที่มีสีสันทุกสีให้รีบออกห่างเลยมีพิษแน่นอน*..(เหมือนสาว ๆ ที่รู้ตัวว่าสวยมักจะมีพิษรอบตัวเหมือนกัน...อิอิ..)

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • อ่านคุณข้างบนเธอตอบยังไม่เห็นความแตกต่างเลยค่ะ ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมไม่ถามชาวประมงที่หัวหินดูล่ะคะ

    คำเตือน ทางที่ดีที่สุดคือ เจอเเมงกะพรุนน่ารักๆลอยตุ๊บป่องมาก็อย่าซนไปจับเล่น ว่ายน้ำเร่งสปีดหนีให้ทันค่ะ ปลอดภัยไว้ก่อน

    หรือถ้าอยากกินแมงกะพรุนก็ไปกินที่ร้านอาหารมั่นใจปลอดภัยกว่าจับเอง หรือ ขอซื้อจากชาวประมงโดยตรงก็ได้ค่ะ

    รอชาวประมง และ ท่านเซียนท่านเทพทั้งหลาย มาตอบนะคะ

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    เคยดูสารคดีในทีวีเมื่อเร็วๆนี้ค่ะ มีแมงกะพรุนชนิดหนึ่งตัวนิดเดียว แต่หางยาวเป็นเมตรๆ แค่เราไปเฉียดสัมผัสหางมัน ก็จะโดนหนามเล็กๆที่มองไม่เห็นทิ่มผิวหนังเราเข้าไปและมันจะปล่อยสารพิษที่อันตรายมากๆ บางคนถึงกับเสียชีวิตก็มี ชื่อเป็น ญี่ปุ่นๆ จำไม่ได้ว่าอะไร น่ากลัวมากค่ะ

    ในไทยพบแมงกะพรุนที่กินได้คือแมงกะพรุนจานหรือ แมงกะพรุนหนัง

    ส่วนแมงกะพรุนมีพิษได้แก่ แมงกะพรุนถ้วย แมงกะพรุนไฟ และแมงกะพรุนลาย ทั้งยังมีสายพันธุ์ที่พบในน้ำจืดอีกด้วย มีทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่

    1.Craspedacusta sowerbyi หรือ แมงกะพรุนสายน้ำไหล ในต่างประเทศพบที่ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ในประเทศไทยพบในลำน้ำเข็ก อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 2.Craspedacusta sinensis หรือ แมงกะพรุนสายน้ำนิ่ง พบในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี, กรุงเทพ ฯ ,แม่น้ำโขง ที่ จ.หนองคาย, จ.เลย, จ.มุกดาหาร 3.Craspedacusta iseana พบในประเทศญี่ปุ่น ค่ะ

    แมงกะพรุนไฟสายพันธุ์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก มีชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า "Portuguese man-of-war" (แมงกะพรุนหมวกโปรตุเกส)

    เจ้าแมงกะพรุนไฟตัวร้ายจะมีลักษณะที่แตกต่างจาก แมงกะพรุนธรรมดาๆ อย่างเห็นได้ชัด สามารถสังเกตได้จาก จากสีสันที่ค่อนข้างสด และ หนวดที่เป็นสายยาว ตัวมันออกสีแดงๆค่ะ

    ส่วนตัวนี้"แมงกะพรุนกล่อง" พบแล้วที่เกาะหมาก จ.ตราด บริเวณอ่าวน้ำบ่อ และบริเวณเกาะลันตา จ.ภูเก็ต รวบรวมได้หลายชนิดรวมจำนวน 13 ตัวอย่าง บางชนิดโดนแล้วเดี้ยงได้ค่ะ น่ากลัวมาก ดูรูปและอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ค่ะ

    http://www.thaitownusa.com/frontnews/frmNews_View....

    แมงกะพรุนกล่องมีหลายชนิด บางชนิดตัวเล็กแค่3-4 ซม. บางชนิดทำให้ถึงตายได้ ในประเทศไทยสำรวจพบบ้าง โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งอ่าวไทย บริเวณที่น้ำตื้น เนื่องจากคนที่ถูกพิษแมงกะพรุนกล่องมักจะจมน้ำตายเสียก่อน บางทีไม่รู้หรอกว่าโดนพิษมันเข้าไปแล้ว เพราะมองไม่เห็นค่ะ นึกว่าหมดแรงจมน้ำทะเลตายไปก็มี แมงกะพรุนกล่องนี้มีไม่มากในไทย เพราะช่วงชีวิตสั้น ทำให้พบไม่บ่อยนัก และอาจพบได้ช่วงปลายฝนต้นหนาวและช่วงฝนตกหนัก น้ำทะเลขุ่นค่ะ

    วิธีป้องกันหากทราบว่าบริเวณใดพบแมงกะพรุนมีพิษอยู่ควรใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวเล่นน้ำจะช่วยได้ การดูว่ามีพิษหรือไม่ ต้องศึกษาดูเอาเองว่าแต่ละแบบแต่ละพันธุ์ตัวไหนมีพิษ ตัวไหนไม่มี เลี่ยงไม่ได้หากต้องเจอ ถ้าเจอก็ต้องรีบหลบห่างๆไว้ก่อนดีกว่าค่ะ บางทีเล่นน้ำอยู่ในทะเล เราก็ไม่สามารถมองเห็นได้ ต้องศึกษาธรรมชาติของมันว่ามันชอบอยู่ที่ไหน เวลาไหน ทะเลแถบไหน และไม่ควรเล่นน้ำในที่ๆเขาปักป้ายเตือนไว้หรือที่ๆเราไม่รู้จักดี

    หลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำทะเลบริเวณที่มีแมงกะพรุนชุกชุม หรือ ช่วงหลังพายุฝน เพราะจะมีกระเปาะพิษของแมงกะพรุนหลุดลอยไปในน้ำทะเลแม้จะไม่ได้สัมผัสกับแมงกะพรุนโดยตรงก็ตาม จะช่วยลดความเสี่ยงไปได้ค่ะ

    เมื่อถูกพิษแมงกะพรุน

    ให้ใช้น้ำส้มสายชู น้ำอุ่น หรือน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป ล้างบริเวณที่ถูกพิษ ห้ามใช้น้ำเย็นหรือน้ำจืดล้างเด็ดขาด ล้างแผลเพื่อไม่ให้นีมาโตซีสต์ปล่อยน้ำพิษภายในกระเปาะออก ถ้าไม่มีน้ำให้ถูผิวหนังบริเวณนั้นด้วยทราย หรือผ้าเช็ดตัว เพื่อขัดเอาน้ำเมือก ๆ ของแมงกะพรุนบนผิวหนังออก ล้างแผลแล้วให้ใช้พวกด่างอ่อน ๆ ทาผิวหนัง เช่น น้ำปูนใส น้ำแอมโมเนีย หรือแอลกอฮอล์ น้ำแอมโมเนียหอม ชุบสำลีให้ชุ่มปิดติดต่อเป็นเวลานานหลาย ๆ ชั่วโมง หลังจากนั้นควรรีบนำส่งแพทย์ด่วน หรือหากไกลหมอ ก็งัดตำรา ยากลางบ้านที่มักใช้กัน คือนำใบผักบุ้งทะเลบดแล้วพอกบริเวณที่สัมผัสแมงกะพรุน จะช่วยให้อาการต่างๆบรรเทาลงได้ แล้วรีบนำส่งแพทย์ด่วน แต่ถ้าไปแจ๊คพอตโดนแมงกะพรุนตัวแสบสุดๆก็แย่หน่อยค่ะ

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • คุณคิดเห็นเป็นเช่นไรเกี่ยวกับคำตอบ? คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้เพื่อโหวตคำตอบ
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    เคยเห็นที่จอมเทียนตัวใส ๆ ไม่มีพิษ แต่ถ้ามีจุดแดง ๆ ทั่วตัวนั่นและแมงกระพรุนไฟ

    ส่วนจะอยู่รวมกันหรือไม่ ขอตอบว่ารวมเพราะตอนนั้นไปค่ายลูกเสือ มีคนที่จับแมงกระพรุนตัวใสมาเล่น และมีคนโดนแมงกระพรุนไฟด้วย

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    แมงกะพรุน (Jellyfish) จัดอยู่ในประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ไฟลัมไนดาเรีย ลักษณะลำตัวใสและนิ่มมีโพรงทำหน้าที่เป็นทางเดินอาหารมีเข็มพิษไว้ป้องกันและจับเหยื่อ

    แมงกะพรุนมีหลายชนิด เช่น แมงกะพรุนจาน หรือ แมงกะพรุนหนัง สามารถรับประทานได้ ส่วนแมงกะพรุนถ้วย แมงกะพรุนไฟ และแมงกะพรุนลาย มีพิษ อีกทั้งยังมีสายพันธุ์ที่พบในน้ำจืดอีกด้วย มีทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ Craspedacusta sowerbyi หรือ แมงกะพรุนสายน้ำไหล และ Craspedacusta iseana พบในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทั้ง 3 ชนิดนี้แตกต่างกันที่การเรียงตัวของหนวดและแหล่งที่อยู่อาศัยเท่านั้น ในขณะที่วงจรชีวิตและพฤติกรรมแทบไม่มีอะไรแตกต่างกัน

    แมงกะพรุนไฟสายพันธุ์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก มีชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า "Portuguese man-of-war" (แมงกะพรุนหมวกโปรตุเกส)

    แมงกะพรุนโดยทั่วไปมีประมาณ 250 ชนิด แต่ละชนิดจะมีขนวดและรูปร่างแตกต่างกันมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณตั้งแต่ 2-200 ซม. ชนิดที่มีขนาดใหญ่จะพบมากบริเวณขั้วโลกแต่ละชนิดจะมีสีสันแตกต่างกัน พวกที่มีขนาดเล็กมักจะมีสีสดและเข้ม เช่น สีชมพู ม่วง เขียว หรือใสไม่มีสี ส่วนพวกที่มีขนาดใหญ่มักจะมีสีฟ้า น้ำตาล หรือขาวขุ่น บางชนิดสามารถเรืองแสงได้ในที่มืด สามารถพบเห็นได้โดยทั่วไปตามบริเวณชายฝั่งทะเลและท้องทะเลจะพบมากในเขตอบอุ่นและเขตร้อน แมงกะพรุนส่วนใหญ่จะลอยอยู่บริเวณผิวน้ำแต่ก็ยังมีบางชนิดที่พบในน้ำลึกถึง 200 เมตร ชนิดที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ เช่น แมงกะพรุนหนัง แมงกะพรุนหอม แมงกะพรุนลอดช่อง พบในประเทศไทย และเขตน้ำตื้นเขตร้อนทั่วไป ส่วนชนิดที่มีพาร้ายแรง เช่น แมงกะพรุนไฟ แมงกะพรุนสาหร่าย เป็นต้น

    แมงกะพรุน โดยทั่วไปบริเวณหนวดและแขนงที่ยื่นรอบปาก มีนีมาโตซีส ((nematocyst) หรือเข็มพิษ ใช้ฆ่าเหยื่อ หรือทำให้เหยื่อสลบก่อนจับกินเป็นอาหาร ปริมาณของนีมาโตซีสอาจมีจำนวนถึง 80,000 เซลล์ ใน 1 ตารางเซนติเมตรเท่านั้น ภายในนีมาโตซีสนี้เองมีน้ำพิษที่เป็นอันตรายทำให้เกิดอาการคัน เป็นผื่น บวมแดง เป็นรอยไหม้ ปวดแสบปวดร้อน และเป็นแผลเรื้อรังได้ ขึ้นอยู่กับแมงกะพรุนแต่ละชนิด บางรายทำให้เกิดอาการจุกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย เป็นไข้ และบางรายถึงแก่ชีวิต โดยทั่วไปเรามักเรียกแมงกะพรุนที่มีพิษนี้ว่า “แมงกะพรุนไฟ”

    การแก้พิษเมื่อถูกแมงกะพรุน ทำได้โดยใช้น้ำส้มสายชูล้างแผล เพื่อไม่ให้นีมาโตซีสปล่อยน้ำพิษออกมา และไม่ควรใช้น้ำจืดล้างแผล เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้นีมาโตซีสปล่อยน้ำพิษภายในกระเปาะออกมาอีก และค่อยๆ หยิบเก็บชิ้นส่วนของหนวดที่อาจยังคงติดอยู่ออก หลังจากนั้นควรปรึกษาแพทย์

    ตำรายากลางบ้านที่เรามักใช้กัน คือ นำใบผักบุ้งทะเลมาบดแล้วใช้พอกบริเวณที่ถูกแมงกะพรุน จะช่วยให้อาการต่างๆ บรรเทาลงได้

    การป้องกันการถูกแมงกะพรุนไฟ คือ การหลีกเลี่ยงลงเล่นน้ำทะเลบริเวณที่มีแมงกะพรุนชุกชุมหรือช่วงหลังพายุฝน เพราะจะมีกระเปาะพิษของแมงกะพรุนหลุดลอยไปในทะเล แม้เราจะไม่สัมผัสกับแมงกะพรุนโดยตรงก็ตาม.....

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
ยังคงมีคำถามอยู่ใช่หรือไม่ หาคำตอบของคุณได้ด้วยการเริ่มถามเลยในตอนนี้