ไม่ประสงค์ออกนาม
ไม่ประสงค์ออกนาม ถามใน ศิลปะและมนุษยศาสตร์ปรัชญา · 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

ถ้าคุณรู้ว่าคุณจะมีชีวิตเหลืออีกเพียงปีเดียวนับจากนี้ไป คุณจะ "ใช้ชีวิต" แบบไหน?

50 คำตอบ

คะแนนความนิยม
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา
    คำตอบที่ดีที่สุด

    ในวันนั้นวันที่พ่อจากไป เราทำงานอยู่แสนห่างไกล (แม้ตอนนี้ก็ยังทำงานอยู่ในต่างแดน) ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ไม่อาจไปงานศพพ่อได้ ตอนนี้ในชีวิตเหลือแม่เพียงคนเดียว ถ้ามีชีวิตเหลืออีกหนึ่งปีนับจากนี้ไป ขอไปใช้ชีวิตอยู่กับแม่ และการทำบุญ เข้าวัดเข้าวา ให้สมกับที่เราเห็นแก่ตัว

    อ้างถึงการเก็บหอมรอมริบทุนเพื่ออนาคตวันข้างหน้าของเราเอง เราทำงานเสียจนบางเวลาไม่แม้แต่จะคิดถึงอะไรนอกจากงานตรงหน้า จนลืมไปว่า ใครกันที่เลี้ยงดูเรามาตั้งแต่แบเบาะ ให้เติบใหญ่ขึ้นมา พอปีกกล้าขาแข็ง ก็โบยบินจากมาเสียไกล

    ตั้งแต่พ่อจากไป วันที่มีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้าน ความรู้สึกปลาบแปลบในหัวใจเกิดขึ้น เมื่อเราไม่อาจเห็นหน้าพ่อ เหมือนพ่อยังอยู่แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนทุกวันนี้ผ่านไปสามปีแล้ว ยังฝันถึงทุกคืน ฝันในวัยเด็ก ท้องทุ่งนา ขบวนเกวียนเพื่อนของพ่อ เราเดินตามพ่อไป พ่อจะไปไหน...

    มันเป็นเหมือนสำนึกผิด ที่เราอยากชดเชย ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์เกิดกับคนที่เรารักซ้ำรอยเดิมอีก

    ...รักพ่อแม่ คิดถึงพ่อแม่ที่สุดในโลกเลย

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ผมตามไปอ่านบทความที่พูดถึงหนังสือ Chasing Daylight ที่คุณตั้มแนะนำ (ลิงก์นี้คุณตั้มแนะนำอีกนั่นแหละ) ผมอ่านแล้วรู้สึกได้เลยว่า "การอยู่กับปัจจุบัน" มีความหมายมากแค่ไหน นึกถึงหนังสือของคนไทยอีกสองเล่ม คือ นั่งคุยกับความตาย ของคุณเชิด ทรงศรี และหนังสือของ ดร.วรฑา วัฒนะชยังกูร

    anyway... สิ่งที่ผมจะทำคือ

    เดินไปกอดคนรัก บอกลาเขา เพราะเขาสำคัญที่สุดในชีวิต ถึงเขาจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าเรารักเขามากแค่ไหน กอดคุณแม่คุณพ่อ ไม่ให้ทุกคนต้องเศร้าเกินไปนักเวลาเราจากไป เมื่อร่ำลาทุกคนเรียบร้อยแล้วก็จัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จ แล้วทำในสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำ และคืนสิ่งต่างๆ ให้กับสังคมเท่าที่เราจะทำได้

    ก่อนที่จะจากไปอย่างสงบ

    แหล่งข้อมูล: สุทธิชัย หยุ่น พูดถึงหนังสือ Chasing Daylight ไว้ดีมากๆhttp://www.oknation.net/blog/black/2007/03/11/entr...
    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • Tum B.
    Lv 4
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ใช้ชีวิตอย่างมี "สติ" ในทุกๆ อารมณ์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวผมครับ ไม่ว่าจะสนุกสุดเหวี่ยง รัก ซึ้ง เศร้า เหงา คิดถึง ฯลฯ ... เพื่อให้ทุกๆ วินาทีบนโลกใบนี้ ผ่านไปอย่างคุ้มค่า และเราสามารถจดจำได้ไปจนวินาทีสุดท้ายบนโลกใบนี้

    ที่ผมตอบแบบนี้ เพราะผมคิดว่า "สติ" น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ มีหลายๆ ครั้งที่ผมสนุก ผมเศร้า ฯลฯ ... แต่พอตื่นขึ้นมาอีกวัน ผมก็ลืมสิ่งเหล่านั้นไปซะแล้ว ทำให้ผมรู้สึกว่าผมใช้เวลากับอารมณ์เหล่านั้นอย่างไม่คุ้มค่า ทุกๆ วินาทีที่ผ่านพ้นไป ควรจะเป็นทุกวินาทีที่มีความหมายกับผมอย่างยิ่ง และผมควรจะจดจำมันได้ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ไหนก็ตามที

    ----------------------------------------------------------------------------------

    ขอเพิ่มเติมนะครับ

    อยากจะแนะนำหนังสือที่ชื่อว่า Chasing Daylight ของ Eugene O'Kelly ครับ

    ยูจีน วัย 53 เป็น CEO ของบริษัทด้านบัญชีระดับโลกอย่าง KPMG ได้รับเงินเดือนระดับต้นๆ ของผู้บริหารในอเมริกา กำลังอยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพ แต่แล้ว ..... วันดีคืนดี หมอก็ตรวจพบว่ายูจีนเป็นมะเร็งสมองขั้นสุดท้าย และจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน

    ลองไปอ่านในหนังสือดูนะครับ ว่ายูจีนใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไร เพื่อทำให้วันที่เหลืออยู่เป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับเขาและคนรอบข้าง

    แนะนำจริงๆ ตรงกับคำถามของคุณตูนเป๊ะเลยครับ เพียงแต่ระยะเวลาอาจจะสั้นกว่า

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • ไม่ประสงค์ออกนาม
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    1. อันดับแรก เลิกทำงาน (พอมีตังค์เหลืออยู่บ้างนา)

    2. ทำรายการว่ามีอะไรที่อยากทำ ทั้งเรื่องเที่ยว ทำบุญ ทำประโยชน์ให้สังคม เขียนมอบมรดก(มีบ้างละนา) จะทำอะไรให้พ่อแม่พี่น้องหลานๆ คนที่เรารัก เตรียมงานสุดท้ายของตัวเอง(งานศพนะ..) บริจาคอวัยวะให้โรงพยาบาล และทำใจ

    3. ลงมือทำตามที่list รายการทุกอย่างให้ครบ อ้อ ที่สำคัญต้องไม่ทำร้ายใคร ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ทั้งกาย วาจา ใจ และต้องทำให้แม่มีความสุขมากที่สุด อยู่กับท่านมากที่สุด ไปเที่ยวก็อยากให้แม่ไปด้วย บอกรักทุกๆคน กอดทุกๆคน(ที่สามารถกอดโดยเค้าไม่ตบ)

    4. มีสติอยู่กับตัว(ลอกคุณตั้มมา อิอิ) มากที่สุด ทำตัวเองให้มีความสุข รื่นเริงกับทุกขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ และพร้อมจากโลกไปอย่างมีความสุข

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • คุณคิดเห็นเป็นเช่นไรเกี่ยวกับคำตอบ? คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้เพื่อโหวตคำตอบ
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    หันกลับไปหาครอบครัว ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวและคนใกล้ชิดให้มากที่สุด คำถามนี้ยังดีที่ให้เวลาเตรียมตัวถึง 1 ปีว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง เพราะบางคนกว่าจะรู้ตัวว่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน ก็อาจไม่ทันได้ทำอะไรเพื่อใครเลย สำหรับเรา ก็คงจะยังคงทำงานเหมือนเดิม เพราะมันคือโลกความจริง (แต่ถ้าเป็นจริงๆ อาจจะลาออกก็ได้เนอะ) แต่บริหารเวลาให้สามารถอยู่กับคนรอบกายเราที่เค้ารักเราให้มากที่สุด โดยเฉพาะกะป๊ากะม๊า ที่แทบทุกวันนี้จะเจอกันได้ก็แค่เสาร์-อาทิตย์ ที่น่าสนุกก็คือ ไม่ต้องกลัวที่จะบอกความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ กับใครต่อใครที่เรารู้จัก เพราะมันคือโอกาสสุดท้ายที่เราจะได้พูดออกไปเลย อย่างน้อยจะได้ไม่มีอะไรอึดอัดใจ นอกเสียว่าการพูดความจริงนั้นมันจะทำร้ายความรู้สึกใครบางคนมาก ก็เก็บไว้ดีกว่า (จิงปะ)

    ลองเข้าไปที่ www.deathclock.com นี้ดูสิคะ จะได้รู้วันตายของเราว่าเมื่อไร ได้ลองเข้าไปดูแล้ว นู่นแหน่ะ อยู่ได้ถึงอายุ 70 กว่าปีแหน่ะ มันนานเหลือเกิน เพราะปัจจุบันโลกก็น่ากัวอยู่แล้ว ไม่รู้อนาคตต้องเจออะไรบ้าง

    ยังงัยก็ตาม ถ้าเข้าเว็บนี้ไปแล้วเราก็วางแผนได้ว่าอีก 40 กว่าปีที่เราจะตายแล้วนี่ เราจะทำไรดีใน 40 กว่าปีนี้

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    คือใช้อย่างมีประโยชน์กับเราและคนรอบข้างทำจิตใจให้เบิกบานเข้มแข็งอย่าท้อนะค่ะ..การท้อแท้จะบั่นทอนสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ..ถ้าจิตใจเรามีความสุขบางครั้งเวลาก็กำหนดชีวิตเราไม่ได้ค่ะ..

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • ไม่ประสงค์ออกนาม
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    จะทำให้คนที่เหลืออยู่ ไม่ว่าจะครอบครัว คนรัก หรือเพื่อน มีความสุขให้มากที่สุดค่ะ

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    เราจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้คุ้ม และเป็นตำนานให้มากที่สุด เพราะมีหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ เราจะทำทุกๆอย่างให้ดีและจะอยู่ในความทรงจำของทุกๆคน ว่าเรามีตัวตนอยู่จริง เราจะกลับไปหาคนที่เรารู้จัก หาของที่อยากกินและใช้ตอนที่ยังไม่ได้ใช้หรือกิน ไปบอกรักกับทุกคนแม้แต่คนที่เราไม่ชอบด้วย ใช้เงินอย่างประหัยดไปทุกๆที่ทีอยากไปลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ เช่นมีเพือนเป็นมนุษยอวกาศงั้นฮาฮาฮา สุดท้ายท้ายสุดก็ของบอกเพือนๆที่กำลังจะตายว่าจงทำในสิ่งที่ตนเองอยากทำ และทำให้รู้จักคิด

    แหล่งข้อมูล: mana__se@hotmail.com เพือนๆลองเข้ามาคุยแล้วความรู้สึกดีๆกำลังรอทุกคนอยู่ ฮ้า
    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    จะทำทุกอย่างในวันที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด คือ ถ้าเป็นพ่อแม่ ก็หมั่นไปดูแลท่าน ไปเยี่ยมเยียนให้มากที่สุด เท่าที่เวลาจะอำนวยให้ ถ้าเป็นครอบครัว ถ้าเป็นสามี ก็พยายามอยู่กับเค้าให้มากที่สุด คอยดูแลเอาใจใส่ทุกอย่างด้วยตัวเอง สำหรับลูก ๆ ก็จะดูแลเอาใจลูกและดูแลลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้เค้าจดจำหน้าแม่และความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อแม่และต้องช่วยให้ลูกพยายามอยู่ได้ด้วยตัวเองยามไม่มีแม่อยู่ใกล้ และสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้กับลูก ๆ ก็คือการจัดสรรปันส่วนทรัพย์สินของตัวเองให้กลับลูกเพื่อเป็นทุนให้ลูกได้ใช้จ่ายในยามขาดแคลนที่ไม่มีแม่อยู่ด้วยแล้ว และสุดท้าย เพื่อตัวเราเอง คือ ทำทุกอย่างที่ตัวเองอยากทำ แต่ยังไม่ได้ทำ เพื่อให้ตัวเองมีความสุขที่สุดก่อนจะไม่มีชีวิตอยู่ให้ทำ

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
  • Kanes
    Lv 6
    1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

    ตอบออกมาทุกคนดีหมด

    ถ้าเป็นเราในเงื่อนไขที่จะไม่มีใครเดือดร้อนเพราะเรา

    เราจะไม่ทุกข์ ไม่โศก ไม่วุ่นวายกับโลกภายนอกอีก

    เราจะหาที่เงียบๆ ไว้นอนตายไม่ให้ใครเดือดร้อน

    อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มรณัง สุขขัง โหนตุ

    • เข้าสู่ระบบเพื่อตอบคำถาม
ยังคงมีคำถามอยู่ใช่หรือไม่ หาคำตอบของคุณได้ด้วยการเริ่มถามเลยในตอนนี้