• I WANT TO LEARN THE THAI LANGUAGE?

    คำตอบที่ดีที่สุด: Come and Visit Thailand for one - two years
    คำตอบที่ดีที่สุด: Come and Visit Thailand for one - two years
    4 คำตอบ · 1 ปีที่ผ่านมา
  • เมื่อทุกวันเป็นวันหยุด ชีวิตกลับไม่มีเรื่องตื่นเต้น อยากจะทำอะไรที่มีความหมาย กับชีวิตบ้าง?

    เมื่อทุกวันเป็นวันหยุด ชีวิตกลับไม่มีเรื่องตื่นเต้น อยากจะทำอะไรที่มีความหมาย กับชีวิตบ้าง?

    คำตอบที่ดีที่สุด: ดิฉันมองว่า ทุกวันเป็นวันหยุด แต่ละวันผ่านไปเร็วเพราะ เราเป็นผู้มอง หลายวันก่อนดิฉันรู้สึกว่า " เงียบจัง ทุกคนต่างมีหน้าที่การงานที่ดูวุ่นวาย มีคนรายล้อม มีการติดต่อสื่อสาร ในขณะที่เรานี่งานเหมือนมนุษย์ในระยะพักร้อน " แน่ ๆ คือ ดิฉันไม่สร้างความตื่นเต้น ด้วยการเดินทางรอบโลก... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: ดิฉันมองว่า ทุกวันเป็นวันหยุด แต่ละวันผ่านไปเร็วเพราะ เราเป็นผู้มอง
    หลายวันก่อนดิฉันรู้สึกว่า " เงียบจัง
    ทุกคนต่างมีหน้าที่การงานที่ดูวุ่นวาย มีคนรายล้อม มีการติดต่อสื่อสาร
    ในขณะที่เรานี่งานเหมือนมนุษย์ในระยะพักร้อน "
    แน่ ๆ คือ ดิฉันไม่สร้างความตื่นเต้น ด้วยการเดินทางรอบโลก
    แค่ช่วงเวลาที่คิดนั้นเองที่ดิฉันเกิดกระจ่างว่า มีสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่รอบ
    ข้างดิฉันด้วย
    - ศึกษาแมลงในสวน
    มองดูเหมือนเราขี้เกียจเปล่า น่าตื่นเต้นนะตอนนี้
    ดิฉันมีกิ้งกือหลายตัวที่หนีหนาวปลายปีที่แล้วมาอยู่เพิงไม้ผุที่ดิฉันทำให้
    - ทำการ์ดอวยพรที่จะส่งผ่านโลกออนไลน์ในวาระต่าง ๆ
    ทำเองได้รู้จักการใช้โปรแกรมต่าง ๆ ประกอบกับอุปกรณ์และสร้างสรรค์
    ตามต้องการ...ตื่นเต้นกับภาพที่ปรากฏ
    - ออกไปดูแลคนรู้จักที่ต้องการความช่วยเหลือ
    เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นบ้าง รับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ปล่อยสมองให้ว่าง ๆ ได้เลย
    ค่ะ เพราะตั้งใจว่าช่วยแต่จะไม่คิดแทน ไม่เจ้ากี้เจ้าการค่ะ น่าตื่นเต้นตรง
    ที่เราสามารถ ...ทำได้
    - อ่านหนังสือ งานหนังสือที่จัดขึ้นปีละหลายรอบเปิดโอกาสให้เราซื้อใน
    ราคาที่ถูกเหลือเกิน น่าตื่นเต้นตรงที่ นักเขียนแต่ละคนเปิดโลกความคิด
    ของเขาเป็นพื้นฐานความคิดให้แก่เรา
    - คบหาคนที่เดินสะดุดประตูก็มีความคิดใหม่ ๆ ^^ คุณมีความหมายต่อ
    ตัวเองทุกวันล่ะค่ะ ตราบเท่าที่ยังหายใจ อุ๊ย ! ยุงกัด เจ็บ ๆ ๆ น่าตื่นเต้นค่ะ
    ขอตัวไปดูแลตัวเองก่อน

    คุณช่วยซื้อกาแฟสำเร็จรูปที่มีซองอย่างในรูปที่แนบมา ส่งไปให้ครูที่มูลนิธิฯ
    สิคะ น่าตื่นเต้นออก แกขอรับซองเปล่าเอาไปให้เด็กทำเป็นกระเป๋าแต่คุณส่ง
    ไปแบบเต็ม ๆ มีประโยชน์และมีความหมายต่อคนหลายคนเชียวนะคะ
    ให้แกได้มีกาแฟ
    9 คำตอบ · 2 ปีที่ผ่านมา
  • วิชาโหราศาสตร์มีความเเม่นยำมากเเค่ไหน ศาสตร์ไหนมีความเเม่นยำมากที่สุด?

    คำตอบที่ดีที่สุด: ความแม่นยำอยู่ที่ 80% ก็ถือว่า ดีมากแล้ว ศาสตร์ที่มีความแม่นยำสูงสุด คือ การพยากรณ์จากวัน เดือน ปี ที่เกิด เวลาเกิด โดยที่ข้อมูลทุกตัวต้องเป็นข้อมูลจริง เพิ่มเติม 1: วัน เดือน ปี ที่เกิด เรามักจะบันทึกกันแบบสากล (ไม่บันทึกว่า แรม หรือขึ้น กี่ค่ำ เป็นเดือนไทยที่เท่าไหร่ ปี 12 ปีไทยเป็นปีอะไร) ซึ่งจะต้องมาหาว่า... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: ความแม่นยำอยู่ที่ 80% ก็ถือว่า ดีมากแล้ว

    ศาสตร์ที่มีความแม่นยำสูงสุด คือ การพยากรณ์จากวัน เดือน ปี ที่เกิด เวลาเกิด โดยที่ข้อมูลทุกตัวต้องเป็นข้อมูลจริง

    เพิ่มเติม 1:

    วัน เดือน ปี ที่เกิด เรามักจะบันทึกกันแบบสากล (ไม่บันทึกว่า แรม หรือขึ้น กี่ค่ำ เป็นเดือนไทยที่เท่าไหร่ ปี 12 ปีไทยเป็นปีอะไร) ซึ่งจะต้องมาหาว่า เป็นแรม หรือขึ้น กี่ค่ำ เดือนไทยเป็นเดือนอะไร ปี 12 ปีไทยเป็นปีอะไร เราเปิดหาจาก calendar ทางโหรศาสตร์ได้ครับ

    เรื่องเวลาเกิดก็ต้องดูด้วยว่า เกิดประเทศไทย หรือต่างประเทศ เพราะมีโอกาสมากที่เวลาประเทศไทย กับประเทศอื่น จะไม่เท่ากัน เวลาต่างกันเพียงนาที ก็ทำให้ผลการทำนายเปลี่ยนไปได้

    การเกิดลูกแฝดก็เหมือนกัน ตอนคลอดออกมา หมอนำออกมาได้ทีละคนเท่านั้น ทำให้เวลาเกิดต่างกัน ดวงของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน 100% แล้ว
    10 คำตอบ · 2 ปีที่ผ่านมา
  • คุณมีความเชื่อในปรากฏการบั้งไฟพญานาค หรือไม่?

    คำตอบที่ดีที่สุด: เชื่อว่าอะไรหรือครับ ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่ด้วยอะไร ก็มีการพิศูจน์กันด้วยเหตุผล และหลักการ จนเป็นที่ประจักษ์ไปนานมากแล้ว หลักการทางพุทธไม่ได้สอนให้เราเชื่อเลย แต่ให้ตรวจสอบ วินิจฉัย แล้วก็ยังไม่ให้เชื่ออยู่ดี แต่คนไทยเราเชื่อง่าย โดยเฉพาะเรื่องอภินิหาร ปรากฏการประหลาด จะถูกตีความเป็น... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: เชื่อว่าอะไรหรือครับ ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
    แต่ด้วยอะไร ก็มีการพิศูจน์กันด้วยเหตุผล และหลักการ
    จนเป็นที่ประจักษ์ไปนานมากแล้ว
    หลักการทางพุทธไม่ได้สอนให้เราเชื่อเลย แต่ให้ตรวจสอบ วินิจฉัย
    แล้วก็ยังไม่ให้เชื่ออยู่ดี
    แต่คนไทยเราเชื่อง่าย โดยเฉพาะเรื่องอภินิหาร ปรากฏการประหลาด
    จะถูกตีความเป็น อำนาจของเทพยดา หรือภูตผีปีศาจ กันหมด
    แสดงว่าที่หลายๆคนอ้างว่าตนเองนับถือพุทธศาสนา
    ก็นับถือไปเหมือนพวกบูชาภูตผีเท่านั้น
    ไม่ได้ใส่ใจสนใจในคำสอนทางศาสนาอะไรเลย
    ดังนั้นความเชื่อเรื่องบั้งไฟภยานาค ผมก็เชื่อว่าเกิดขึ้นจริง
    และมีการอธิบายเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น ในทั่วทั้งลุ่มนำ้โขงหลายจังหวัดในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้นได้้้ชัดเจนพอ
    แม้จะมีคนพยายามปกปิดมันอยู่บ้างก็เถอะ
    ยังไงผมก็เชื่ออยู่ครับ
    6 คำตอบ · 2 ปีที่ผ่านมา
  • หลักคำสอนของพระพุทธศาสนาคืออะไร สิ่งที่คำสอนของพุทธศาสนาคืออะไร?

    หลักคำสอนของพระพุทธศาสนาคืออะไร สิ่งที่คำสอนของพุทธศาสนาคืออะไร?

    คำตอบที่ดีที่สุด: หลักคำสอนของศาสนาพุทธ ถ้าคุณจะถามพุทธชนจากแต่ละนิกาย ก็จะได้คำตอบไม่เหมือนกันนะครับ ถ้าคุณจะศึกษาพุทธประวัติ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และสาเหตุดั้งเดิมของการออกบรรพชาของเจ้าชายสิทธัตถะ ก็จะได้คำตอบดั้งเดิมของแก่นสารและคำสอนของศาสนาพุทธ ซึ่งคุณจะค้นหาได้จากทาง Internet ได้ง่ายมาก และง่ายดาย ความเห็นส่วนตัว... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: หลักคำสอนของศาสนาพุทธ ถ้าคุณจะถามพุทธชนจากแต่ละนิกาย ก็จะได้คำตอบไม่เหมือนกันนะครับ ถ้าคุณจะศึกษาพุทธประวัติ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และสาเหตุดั้งเดิมของการออกบรรพชาของเจ้าชายสิทธัตถะ ก็จะได้คำตอบดั้งเดิมของแก่นสารและคำสอนของศาสนาพุทธ ซึ่งคุณจะค้นหาได้จากทาง Internet ได้ง่ายมาก และง่ายดาย

    ความเห็นส่วนตัว แก่นสารและคำสอนหลักของศาสนาพุทธคือ "การดับทุกข์" ทุกอย่างอื่นๆ ก็เหมือนอย่างที่ท่านพุทธทาสภิกขุได้กล่าวไว้เสมอ คือ เป็นผักชียี่หร่าและเครื่องปรุงเครื่องเสริม แต่เนื้อล้วนๆคือ การดับทุกข์

    อนึ่ง เจ้าชายสิทธัตถะ โดยพฤตินัย ได้ปฏิเสธคำสอนของศาสนาพราหมณ์ซึ่งมีอยู่รอบๆตัวท่าน ในทุกระดับชุมชนในขณะนั้น และได้พยายามทดแทนคำสอนนั้น ด้วยคำสอนของท่านเอง ด้วยการออกประกาศสั่งสอนตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์เอง และสอนบรรดาสาวกให้ทำตาม บรรดาสาวกทั้งหลายที่ออกมาจากศาสนาพราหมณ์ เหตุไฉนจึงได้นำเอาศาสนาที่พระศาสดาได้ปฏิเสธแล้ว นำกลับเข้ามาผนวกเข้ากับคำสอนดั้งเดิมของพระศาสดาอีกเล่า? ก็เหลือที่ผมจะเข้าใจได้ ครับผม
    6 คำตอบ · 2 ปีที่ผ่านมา
  • พระเยซูคริสต์คือใคร? | ทำความรู้จักกับพระเยซูคริสต์เป็นการส่วนตัว?

    1.พระเจ้าทรงรักท่าน และทรงมีแผนการอันประเสริฐยิ่ง สำหรับชีวิตของท่าน (หากเป็นไปได้ขอให้ท่านอ่านข้อพระธรรมต่าง ๆ ที่อ้างไว้ใน Website นี้จากพระคริสตธรรมคัมภีร์โดยตรง) ความรักของพระเจ้า "เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจใน พระบุตรนั้น จะไม่พินาศ... แสดงเพิ่มเติม
    1.พระเจ้าทรงรักท่าน และทรงมีแผนการอันประเสริฐยิ่ง สำหรับชีวิตของท่าน (หากเป็นไปได้ขอให้ท่านอ่านข้อพระธรรมต่าง ๆ ที่อ้างไว้ใน Website นี้จากพระคริสตธรรมคัมภีร์โดยตรง) ความรักของพระเจ้า "เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจใน พระบุตรนั้น จะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์"( ยอห์น 3 : 16 ) แผนการของพระเจ้า (พระเยซูคริสต์ตรัสว่า) "เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิต และจะได้ครบบริบูรณ์" คือ ชีวิตที่อิ่มเอม และมีความหมาย ( ยอห์น 10 : 10 ) แต่ทำไมเล่าคนส่วนมากจึงยังไม่ได้พบกับชีวิตที่ครบบริบูรณ์นี้ ? 2.มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป และถูกตัดขาดจากพระเจ้า ดังนั้นจึงไม่สามารถรู้ และพบกับ ความรัก และแผนการ ของพระเจ้า สำหรับชีวิตของเขาได้ มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป และถูกตัดขาดจากพระเจ้า ดังนั้นจึงไม่สามารถรู้ และพบกับ ความรัก และแผนการ ของพระเจ้า สำหรับชีวิตของเขาได้ มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป "เพราะว่าทุกคนเป็นคนบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า" ( โรม 3:23 ) พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ ให้มีความสามัคคีธรรม กับพระองค์ แต่เพราะความดื้อด้านตามใจปราถนาของตนเอง มนุษย์จึงเลือก ดำเนินชีวิตอย่างอิสระ ด้วยเหตุนี้ ความสามัคคีธรรมระหว่างเขากับพระเจ้าจึงขาดลง การทำตามใจ ปราถนาของมนุษย์นี้แสดงออกโดย การปฏิเสธที่จะเชื่อฟังพระเจ้า และเฉยเมยต่อพระองค์ การกระทำเช่นนี้แหละ ที่พระคริสตธรรมคัมภีร์เรียกว่าบาป มนุษย์ถูกตัดขาดจากพระเจ้า "ค่าจ้างของความบาป คือความตาย" -คือความตายฝ่ายวิญญาณจิต เพราะถูกตัดขาดจากพระเจ้า wpe2.jpg (4505 bytes) พระเจ้าทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ และมนุษย์เป็นคนบาป จึงเสมือนมีหุบเหวอันลึก และกว้างใหญ่ขวางกั้น ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ มนุษย์แสวงหาวิถีทาง
    6 คำตอบ · 3 ปีที่ผ่านมา
  • การเภาวนาคืออะไร?

    ที่พูดเภาวนาๆนั้นเขาทำอย่างไรและทำไปเพื่ออะไร?
    ที่พูดเภาวนาๆนั้นเขาทำอย่างไรและทำไปเพื่ออะไร?
    9 คำตอบ · 3 ปีที่ผ่านมา
  • บุญใหญ่อานิสงค์ใหญ่เป็นอย่างไร?

    คำตอบที่ดีที่สุด: " ทาน ศีล ภาวนา " สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ว่า แม้วัตถุทานจะบริสุทธิ์ดี เจตนาในการทำทานจะบริสุทธิ์ดี จะทำให้ทานนั้นมีผลมากหรือน้อย ย่อมขึ้นอยู่กับเนื้อนาบุญเป็นลำดับต่อไปนี้นะครับ ทาน ๑ . ทำทานแก่สัตว์เดรัจฉาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่มนุษย์... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: " ทาน ศีล ภาวนา "
    สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ว่า แม้วัตถุทานจะบริสุทธิ์ดี เจตนาในการทำทานจะบริสุทธิ์ดี จะทำให้ทานนั้นมีผลมากหรือน้อย ย่อมขึ้นอยู่กับเนื้อนาบุญเป็นลำดับต่อไปนี้นะครับ
    ทาน
    ๑ . ทำทานแก่สัตว์เดรัจฉาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่มนุษย์ แม้จะเป็นมนุษย์ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมเลยก็ตาม ทั้งนี้เพราะสัตว์ย่อมมีวาสนาบารมีน้อยกว่ามนุษย์และสัตว์ไม่ใช่เนื้อนาบุญที่ดี
    ๒ . ให้ทานแก่มนุษย์ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมวินัย แม้จะให้มากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล ๕ แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม
    ๓ . ให้ทานแก่ผู้ที่มีศีล ๕ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้มีศีล ๘ แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม
    ๔ . ให้ทานแก่ผู้ที่มีศีล ๘ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานแก่ผู้มีศีล ๑๐ คือสามเณรในพุทธศาสนา แม้จะได้ถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม
    ๕ . ถวายทานแก่สามเณรซึ่งมีศีล ๑๐ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระสมมุติสงฆ์ ซึ่งมีศีลปาฏิโมกข์สังวร ๒๒๗ ข้อ
    ๖ . ถวายทานแก่พระสมมุติสงฆ์ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานแก่ - พระโสดาบัน แม้จะได้ถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม ( ความจริงยังมีการแยกเป็นพระโสดาปัตติมรรคและพระโสดาปัตติผล ฯลฯ เป็นลำดับไปจนถึงพระอรหัตผล แต่ในที่นี้จะกล่าวแต่เพียงย่นย่อพอให้ได้ความเท่านั้น )
    ๗ . ถวายทานแก่พระโสดาบัน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระสกิทาคามี แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม
    ๘ . ถวายทานแก่พระสกิทาคามี แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระอนาคามี แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม
    ๙ . ถวายทานแก่พระอนาคามี แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระอรหันต์ แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม
    ๑๐ . ถวายทานแก่พระอรหันต์ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม
    ๑๑ . ถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแด่พระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม
    ๑๒ . ถวายทานแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายสังฆทานที่มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะถวายสังฆทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม
    ๑๓ . การถวายสังฆทานที่มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า " การถวายวิหารทาน " แม้จะได้กระทำแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม " วิหารทาน ได้แก่การสร้างหรือร่วมสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาโรงธรรม ศาลาท่าน้ำ ศาลาที่พักอาศัยคนเดินทางอันเป็นสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
    ๑๔ . การถวายวิหารทาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ( ๑๐๐ หลัง ) ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ " ธรรมทาน " แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม " การให้ธรรมทานก็คือการเทศน์ การสอนธรรมะแก่ผู้อื่นที่ยังไม่รู้ให้รู้ได้ ที่รู้อยู่แล้วให้รู้ยิ่งๆขึ้น ให้ได้เข้าใจมรรค ผล นิพพาน ให้ผู้ที่เป็นมิจฉาทิฐิได้กลับใจเป็นสัมมาทิฐิ ชักจูงผู้คนให้เข้าปฏิบัติธรรม รวมตลอดถึงการพิมพ์การแจกหนังสือธรรมะ "
    ๑๕ . การให้ธรรมทาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ " อภัยทาน " แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม การให้อภัยทานก็คือ " การไม่ผูกโกรธ ไม่อาฆาตจองเวร ไม่พยาบาทคิดร้ายผู้อื่นแม้แต่ศัตรู " ซึ่งได้บุญกุศลแรงและสูงมากในฝ่ายทาน เพราะเป็นการบำเพ็ญเพียรเพื่อ " ละโทสะกิเลส " และเป็นการเจริญ " เมตตาพรหมวิหารธรรม "

    ศีล
    การรักษาศีลเป็นการเพียรพยายามเพื่อระงับโทษทางกายและวาจา อันเป็นเพียงกิเลสหยาบมิให้กำเริบขึ้น และเป็นการบำเพ็ญบุญบารมีที่สูงขึ้นกว่าการให้ทาน ทั้งในการถือศีลด้วยกันเองก็ยังได้บุญมากและน้อยต่างกันไปตามลำดับต่อไปนี้ คือ
    ๑ . การให้อภัยทาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล ๕ แม้จะถือเพียงครั้งเดียวก็ตาม
    ๒ . การถือศีล ๕ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล ๘ แม้จะถือเพียงครั้งเดียวก็ตาม
    ๓ . การถือศีล ๘ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล ๑๐ คือการบวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา แม้จะบวชมาได้เพียงวันเดียวก็ตาม
    ๔ . การที่ได้บวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา แล้ว รักษาศีล ๑๐ ไม่ให้ขาด ไม่ด่างพร้อย แม้จะนานถึง ๑๐๐ ปี ก็ยังได้บุญน้อยกว่าผู้ที่ได้อุปสมบทเป็นพระในพระพุทธศาสนาที่มี ศีลปาฏิโมกข์สังวร ๒๒๗ ข้อ แม้จะบวชมาได้เพียงวันเดียวก็ตาม
    ฉะนั้นในฝ่ายศีลแล้ว การที่ได้อุปสมบทเป็นพระในพระพุทธศาสนาได้บุญบารมีมากที่สุด เพราะเป็นเนกขัมบารมีในบารมี ๑๐ ทัศ ซึ่งเป็นการออกจากกามเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติธรรมขั้นสูง ๆ คือการภาวนาเพื่อมรรค ผล นิพพาน ต่อ ๆ ไป ผลของการรักษาศีลนั้นมีมาก ซึ่งจะยังประโยชน์สุขให้แก่ผู้นั้นทั้งในชาตินี้และชาติหน้า เมื่อได้ละอัตภาพนี้ไปแล้วย่อมส่งผลให้ได้บังเกิดในเทวโลก ๖ ชั้น ซึ่งล้วนแต่ความละเอียดประณีตของศีลที่รักษาและที่บำเพ็ญมา ครั้นเมื่อสิ้นบุญในเทวโลกแล้ว ด้วยเศษของบุญที่ยังคงหลงเหลืออยู่แต่เพียงเล็กๆน้อยๆหากไม่มีอกุลกรรมอื่นมาให้ผล ก็อาจจะน้อมนำให้ได้มาบังเกิดเป็นมนุษย์ที่ถึงพร้อมด้วยสมบัติ ๔ ประการ

    ภาวนา
    อานิสงส์ของศีล ๕ มีดังกล่าวข้างต้น สำหรับศีล ๘ ศีล ๑๐ และศีล ๒๒๗ ก็ย่อมมีอานิสงส์เพิ่มพูนมากยิ่ง ๆ ขึ้นตามระดับและประเภทของศีลที่รักษา แต่ศีลนั้นแม้นจะมีอานิสงส์เพียงไรก็ยังเป็นแต่เพียงการบำเพ็ญบุญบารมีในชั้นกลาง ๆ ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น เพราะเป็นแต่เพียงระเบียบหรือกติกาที่จะรักษากายและวาจาให้สงบ ไม่ให้ก่อให้เกิดทุกข์โทษขึ้นทางกายและวาจาเท่านั้น ส่วนทางจิตใจนั้นศีลยังไม่สามารถที่จะควบคุมหรือทำให้สะอาดบริสุทธิ์ได้
    ฉะนั้น การรักษาศีลจึงยังได้บุญน้อยกว่า การภาวนา เพราะการภาวนานั้น เป็นการรักษาใจ รักษาจิต และซักฟอกจิตให้เบาบางหรือจนหมดกิเลสคือ ความโลภ ความโกรธ และความหลง อันเป็นเครื่องร้อยรัดให้บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสงสารวัฏ การภาวนา จึง เป็นการบำเพ็ญบุญบารมีที่สูงสุด ประเสริฐที่สุด ได้บุญมากที่สุดเป็นกรรมดีอันยิ่งใหญ่เรียกว่า " มหัคคตกรรม " อันเป็นมหัคคตกุศล
    การเจริญภาวนานั้น เป็นการสร้างบุญบารมีที่สูงที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาจัดว่าเป็นแก่นแท้และสูงกว่าฝ่ายศีลมากนัก การเจริญภาวนานั้น มี ๒ อย่างคือ " สมถภาวนา ( การทำสมาธิ )" และ " วิปัสสนาภาวนา ( การเจริญปัญญา )
    อย่างไรก็ดีการเจริญสมถภาวนา หรือสมาธินั้น แม้จะได้บุญอานิสงส์มากมายมหาศาลอย่างไร ก็ยังไม่ใช่บุญกุศลที่สูงสุดยอดในพระพุทธศาสนา หากจะเปรียบกับต้นไม้ก็เป็นเพียงเนื้อไม้เท่านั้น
    การเจริญวิปัสสนา ( การเจริญปัญญา ) จึงจะ เป็นการสร้างบุญกุศลที่สูงสุดยอดในพระพุทธศาสนา หากจะเปรียบก็เป็นแก่นไม้โดยแท้...
    ทั้ง นี้ เราก็ไม่ควรที่จะเลือกทำแต่บุญที่ได้อานิสงส์สูงๆเพียงอย่างเดียวนะครับ ควรทำทุกๆครั้งเมื่อมีโอกาส ไม่ว่าจะเป็น ทาน ศีล ภาวนา เป็นการสะสมบุญ กุศล หลายๆด้าน เพราะถ้าสมมุติว่าทำแต่ภาวนา กับ รักษาศีลอย่างเดียว แต่ไม่เคยให้ทานเลย เพราะเห็นว่า ได้ผลบุญน้อยกว่า เมื่อเกิดชาติหน้า อาจจะยากจนไม่มีอะไรกิน(อดตาย)ก็ได้นะครับ เพราะไม่เคยทำทานเลย
    6 คำตอบ · 3 ปีที่ผ่านมา