• จะเปลี่ยนก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าโปรดอ่านต่อค่ะ?

    การคลายเกลียวออก ให้หมุนทวนเข็มนาฬิกาครับ แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปจดจำให้ลำบากสมองของเราไปเลย เพียงแค่รองหมุนไปมาดูก่อนว่าหมุนไปทางไหนแล้วมันจะทำให้แน่นขึ้น (ตาย) ก็ให้ออกแรงหมุนใหม่ไปในทิศตรงข้ามอีกที และถ้าหากยังแน่นหรือตายอยู่ก็ให้หานํ้ามันจักรหรือนํ้ามันอเนกประสงค์มาหยอดที่เกลียวแล้วหมุนเท่านั้นเกลียวก็คายออกได้โดยง่ายแล้ว... แสดงเพิ่มเติม
    การคลายเกลียวออก ให้หมุนทวนเข็มนาฬิกาครับ แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปจดจำให้ลำบากสมองของเราไปเลย เพียงแค่รองหมุนไปมาดูก่อนว่าหมุนไปทางไหนแล้วมันจะทำให้แน่นขึ้น (ตาย) ก็ให้ออกแรงหมุนใหม่ไปในทิศตรงข้ามอีกที และถ้าหากยังแน่นหรือตายอยู่ก็ให้หานํ้ามันจักรหรือนํ้ามันอเนกประสงค์มาหยอดที่เกลียวแล้วหมุนเท่านั้นเกลียวก็คายออกได้โดยง่ายแล้ว แต่ที่สำคัญแรงของผู้หญิงอาจจะเอาไม่อยู่นะครับถ้าเกลียวมันแน่นมากๆจริงๆ อย่างนี้เราก็ต้องหันใช้คำหวาน และต้องอ้อนอีกสักหน่อยกันแล้วล่ะ สักพักเดี๋ยวชายหนุ่มแรงดีๆใกล้ตัวก็จะปรี่เข้ามาช่วยเราเอง...ฮา เห็นมั๊ย เราไม่ต้องไปจำอะไรเลย....
    10 คำตอบ · การบำรุงและการซ่อมแซม · 6 ปีที่ผ่านมา
  • อยู่ ต่างประเทศ ต้องการขายคอนโดที่กรุงเทพ มอบอำนาจให้คนอื่น ขายแทนได้หรือไม่ โดยที่ไม่ต้องกลับเมืองไทย?

    คำตอบที่ดีที่สุด: ได้แน่นอนครับ...ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก เราสามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ แต่ต้องให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้องเท่านั้นนะครับ เพราะการมอบอำนาจ หมายถึง กรณีที่บุคคลหนึ่งเรียกว่า “ตัวการ” แต่งตั้งบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า “ตัวแทน” โดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายให้มีอำนาจทำการแทนตามที่ได้ตกลงกันไว้โดยจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ ... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: ได้แน่นอนครับ...ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก เราสามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ แต่ต้องให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้องเท่านั้นนะครับ เพราะการมอบอำนาจ หมายถึง กรณีที่บุคคลหนึ่งเรียกว่า “ตัวการ” แต่งตั้งบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า “ตัวแทน” โดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายให้มีอำนาจทำการแทนตามที่ได้ตกลงกันไว้โดยจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ - ประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์บัญญัติเรื่องตัวแทนไว้ตามมาตรา ๗๙๗ ถึง มาตรา ๘๓๒ - การดำเนินการเรื่องหนังสือมอบอำนาจกรมที่ดินได้วางหลักปฏิบัติไว้ตามระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการมอบอำนาจให้ทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหรือกิจการอื่นเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.๒๕๔๗ ซึ่งคุณผู้ถามสามารถหารายละเอียดได้จากลิงค์นี้เลยนะครับ http://www.dol.go.th/dol/images/medias/dol/example/lo/smt/handbook/november/news2.htm ซึ่งการมอบอำนาจให้ตัวแทนมาดำเนินการเกี่ยวกับการขายคอนโดมิเนียมของเรานั้น เราจะสามารถเลือกใช้บุคคลหรือนิติบุคคล (บริษัทที่เชี่ยวชาญการขายคอนโดฯ) ก็ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สูงสุดในการขายของเรา แต่ที่สำคัญที่สุด เราจำเป็นจะต้องเลือกบุคคลหรือนิติบุคคลที่เราสามารถไว้วางใจเขาได้จริงๆเท่านั้น ฉะนั้น เราจึงควรเริ่มจากญาติหรือเพื่อนสนิทของเราก่อน เพราะอย่างน้อยจะได้มีตัวอ้างอิงไว้ได้บ้าง แต่ถ้าไม่มีใครเลยจริงๆ ก็ให้ไปติดต่อกับนิติบุคคลอาคารชุดที่ดูแลคอนโดฯของเราดูซิครับ ผมว่าเขาน่าจะให้การช่วยเหลือและแนะนำอะไรดีๆให้แก่เราได้เป็นแน่ เพราะเขาเป็นศูนย์กลางข้อมูลทั้งของผู้อยู่อาศัยและผู้มาติดต่อคอนโดฯนั้นอยู่แล้ว รับรองตรงเป้าหมายแน่นอน... โชคดีนะครับ ขอให้ขายได้ราคาและปลอดภัยจากภัยคดโกงในทุกกรณี...เลยนะครับ
    3 คำตอบ · อื่นๆ เกี่ยวกับบ้านและสวน · 6 ปีที่ผ่านมา
  • ลิปมันยี่ห้อไหนที่ใช้แล้วปากชุ่มชื่นน้านนานบ้างคะ?

    หากต้องการใช้ลิปมันที่สามารถทำให้ริมฝีปากของเราชุ่มชื้นได้อย่างยาวนานแล้วล่ะก้อ ผมขอแนะนำ "ลิป พลัมเปอร์" (Lip Plumper) ของ "ซีสเซิล" (Sisel) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สามารถช่วยบำรุงริมฝีปากของเราได้ดีด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติล้วนๆ นั่นก็คือ เปปไทด์ กรดไขมันที่จำเป็น... แสดงเพิ่มเติม
    หากต้องการใช้ลิปมันที่สามารถทำให้ริมฝีปากของเราชุ่มชื้นได้อย่างยาวนานแล้วล่ะก้อ ผมขอแนะนำ "ลิป พลัมเปอร์" (Lip Plumper) ของ "ซีสเซิล" (Sisel) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สามารถช่วยบำรุงริมฝีปากของเราได้ดีด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติล้วนๆ นั่นก็คือ เปปไทด์ กรดไขมันที่จำเป็น และวิตามินที่จะช่วยทำให้ริมฝีปากของเราชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน และอิ่มเอิบจนดึงดูดเพศตรงข้าม พร้อมทั้งช่วยลดรอยหมองคลํ้า และปกปิดร่องรอยบนริมฝีปากเพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้กับรอยยิ้มของเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรองความมีประสิทธิภาพสูง และความปลอดภัยจากสารเคมีเจือปนใดๆ ด้วยตราสัญลักษณ์มาตรฐาน "ซีสเซิลเซฟ" (Sisel Safe Approved) อันเป็นที่ยอมรับกันจากทั่วโลก แท่งลิปขนาดบรรจุ 6 ml./2 fl.oz. ของ "ลิป พลัมเปอร์" นี้ ราคาจะตกอยู่แท่งละ 800 บาท (ราคาจำหน่ายในประเทศไทย) ซึ่งจะเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงไปสักหน่อย แต่ก็สมกับคุณภาพและประสิทธิภาพที่ปลอดภัยเป็นพิเศษอย่างแน่นอน ซึ่งมาถึงตรงนี้คุณผู้ถามจะต้องเป็นคนตัดสินใจเลือกซื้อเลือกใช้เอาเองกันแล้ว...ล่ะครับ
    6 คำตอบ · อื่นๆ เกี่ยวกับความสวยความงาม · 6 ปีที่ผ่านมา
  • การประกาศวันเวลาตายของต้นไม้ที่น้ำท่วมขัง?

    คำตอบที่ดีที่สุด: จากอาการ "ใบค่อยๆล่วง แต่ก็ยังพอมีใบเขียวอยู่แต่ก้มหน้าลงดิน" แม้นว่าจะขุดหลุมพ่นปุ๋ยทางใบให้แล้ว แถมยังสวดมนต์ภาวนาก็แล้ว ยังไม่ดีขึ้น อย่างนี้็ก็ต้องประกาศวันเวลาตายได้เลยไม่เกิน 2 อาทิตย์ครับ เพราะถ้าพ้นจาก 2 อาทิตย์นี้ไปแล้วไม่มีวี่แววว่าจะมีใบเขียวๆอ่อนๆงอกออกมาอีกเลย ก็มั่นใจได้ว่า "ตายสนิท"... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: จากอาการ "ใบค่อยๆล่วง แต่ก็ยังพอมีใบเขียวอยู่แต่ก้มหน้าลงดิน" แม้นว่าจะขุดหลุมพ่นปุ๋ยทางใบให้แล้ว แถมยังสวดมนต์ภาวนาก็แล้ว ยังไม่ดีขึ้น อย่างนี้็ก็ต้องประกาศวันเวลาตายได้เลยไม่เกิน 2 อาทิตย์ครับ เพราะถ้าพ้นจาก 2 อาทิตย์นี้ไปแล้วไม่มีวี่แววว่าจะมีใบเขียวๆอ่อนๆงอกออกมาอีกเลย ก็มั่นใจได้ว่า "ตายสนิท" และหมดทางแก้ไขใดๆอีกแล้ว นอกจากให้ทำใจแล้วหาต้นไม้ใหม่ที่เราชอบมาลงแทนได้เลย อันที่จริงแล้วต้นไม้จะมีอายุยืนยาวตามวงจรชีวิตของมันแต่มันก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่เปราะบางไม่ต่างอะไรจากคนเราเลย แถมยังมีข้อจำกัดที่ไม่อาจเคลื่อนที่หนีภัยนํ้าท่วมได้ ฉะนั้นเมื่อน้ำท่วมขังนาน ต้นไม้ที่ไม่ทรหดอดทนพอจึงมักจะยืนต้นตาย รวมทั้งไม้ผลบางชนิดอาจล้มตายไปได้ นั่นก็จะหมายถึงความเสียหายถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัวของบรรดาชาวสวนผลไม้ต่างๆนั่นเอง ซึ่งโดยปกติแล้วในผืนดินจะมีอากาศแทรกอยู่ตามช่องว่าง และเป็นที่อยู่ของคาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจนที่รากพืชจำเป็นต้องใช้ในการหายใจ เมื่อมีน้ำท่วมขังที่ว่างเหล่านั้นก็จะถูกแทนที่ด้วยน้ำ ทำให้ดินขาดการระบายอากาศจนไม่มีออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงราก เหมือนกับคนที่ขาดอากาศหายใจ ผลจึงคือ ตายสถานเดียว ทำใจเถอะครับ...รู้ๆอยู่ว่ารักและผูกพันธ์กับต้นไม้นั้นเป็นอย่างมาก...ขอแสดงความเสียด้วยนะครับ
  • ซ่อมบ้านหลังนำ้ท่วมอย่างไรดี?

    คำตอบที่ดีที่สุด: อย่างไรเสียบ้านโดนนํ้าท่วมก็ยังดีกว่าบ้านโดนไฟไหม้เป็นไหนๆ เพราะอย่างน้อยก็ยังเหลือซากไว้ให้เราปรับปรุงและซ่อมแซมได้ แถมยังสามารถใช้งบประมาณตามอัตภาพของเราได้ซึ่งก็คงไม่มากมายอะไรนัก...เอาสู้สู้ การซ่อมแซมบ้านหลังนํ้าท่วมควรปฏิบัติดังนี้...ถ้าจะให้ดี ก็คือ 1. ให้เข้าไปสำรวจบ้านหลังนํ้าลดเรียบร้อยแล้วจะดีที่สุด เพราะปลอดภัย... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: อย่างไรเสียบ้านโดนนํ้าท่วมก็ยังดีกว่าบ้านโดนไฟไหม้เป็นไหนๆ เพราะอย่างน้อยก็ยังเหลือซากไว้ให้เราปรับปรุงและซ่อมแซมได้ แถมยังสามารถใช้งบประมาณตามอัตภาพของเราได้ซึ่งก็คงไม่มากมายอะไรนัก...เอาสู้สู้ การซ่อมแซมบ้านหลังนํ้าท่วมควรปฏิบัติดังนี้...ถ้าจะให้ดี ก็คือ 1. ให้เข้าไปสำรวจบ้านหลังนํ้าลดเรียบร้อยแล้วจะดีที่สุด เพราะปลอดภัย เดินทางง่าย และจะไม่ซํ้าซ้อนจากการท่วมซํ้าซากเพื่อจะได้ไม่เสียเงินเกินความจำเป็น 2. สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ การสำรวจระบบไฟฟ้าเสียก่อน เพื่อป้องกันไฟฟ้าดูด หากมีอะไรเสียหายต้องซ่อมก่อนเลย 3. สำรวจความเสียหายอื่นๆทั้งรอยงัดแงะและความเสียหายจากนํ้า พร้อมถ่ายภาพความเสียหายเหล่านั้นให้ครบถ้วน (หากมีขโมยเข้าให้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจไว้เป็นหลักฐานด้วย) เพื่อดำเนินการขอรับเงินชดเชยจากภาครัฐตามกรณี (ถึงน้อยก็ให้เอาไว้ก่อน) 4. ทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง พร้อมสำรวจความเสียหายของบ้านที่ต้องการจะซ่อมไปในตัวตามลำดับความสำคัญในการซ่อมเผื่อเงินน้อยจะได้เลือกซ่อมตามความจำเป็นก่อนหลัง 5. สำรวจเงินในกระเป๋าของเราเองว่ามีมากพอจะให้ใช้ซ่อมแซมได้มากน้อยสักแค่ไหน เป็นการวางแผนเพื่อมิให้บานปลายในภายหลัง 6. เริ่มซ่อมบ้านในส่วนที่ชำรุดทุกจุดให้เรียบร้อยเสียก่อน 7. แล้วจากนั้น ค่อยมาทาสีใหม่ทั้งหมด (ทั้งภายในภายนอกหรือตามสภาพที่เสียหาย) เพื่อให้บ้านของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการซ่อมแซมบ้านนั้น คุณ Labor of Love ได้แนะนำลิงค์ที่น่าสนใจไว้ใน "รู้รอบ" แล้ว ลองเข้าไปศึกษาดูก่อนน่าจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง...เลยล่ะครับ ตามนี้ครับ http://th.answers.yahoo.com/question/index;_ylt=Akvq25fPJ3gPCNpQ1vwjlRlxTAx.;_ylv=3?qid=20111111192623AAtAceB
    5 คำตอบ · การบำรุงและการซ่อมแซม · 6 ปีที่ผ่านมา
  • ส้วมตันทำอย่างไรดีครับ?

    กรณีนี้ยังไม่ถึงกับ "ส้วมตัน" หรอกครับ เพียงแค่ "คอห่านอุดตัน" เท่านั้น เพราะถ้าเป็น "ส้วมตัน" จะหมายถึงมูลอุจระเต็มท่อเคอะแล้ว ก็แค่ตามรถดูดส้วมมาดูดออกไปก็จบแล้ว แต่เมื่อ "คอห่านอุดตัน" อันเนื่องมาจากมีของเล่นของลูกไปขวางทางผ่านของนํ้าและมูลอุจระจนไม่สามารถใช้งานได้อย่างปรกติแล้ว... แสดงเพิ่มเติม
    กรณีนี้ยังไม่ถึงกับ "ส้วมตัน" หรอกครับ เพียงแค่ "คอห่านอุดตัน" เท่านั้น เพราะถ้าเป็น "ส้วมตัน" จะหมายถึงมูลอุจระเต็มท่อเคอะแล้ว ก็แค่ตามรถดูดส้วมมาดูดออกไปก็จบแล้ว แต่เมื่อ "คอห่านอุดตัน" อันเนื่องมาจากมีของเล่นของลูกไปขวางทางผ่านของนํ้าและมูลอุจระจนไม่สามารถใช้งานได้อย่างปรกติแล้ว ตรงนี้เราก็จำเป็นต้องหาทางเอามันออกมาให้ได้ แต่เมื่อพยายามแล้วก็ยังเอาออกมาไม่ได้ เราก็ต้องมาเช็คดูว่าของเล่นชิ้นนั้นมันเป็นอะไร และทำด้วยอะไร ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็มักจะเป็นวัสดุที่ทำมาจากพลาสติกเป็นส่วนมาก ฉะนั้น เมื่อเชื่อได้ว่าเป็นพลาสติก (พลาสติกจะกลัวไฟและความร้อน) ก็ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้คือ 1. ใช้โซดาไฟมาลาดปากคอห่านทิ้งไว้สักระยะ จากนั้นให้ลาดนํ้าทิ้งดู ถ้ายังอุดตันอยู่ 2. ให้ใช้ลวดไม้แขวนเสื้อมาเขี่ยสิ่งของที่อุดตัน แล้วลาดด้วยโซดาไฟอีกครั้ง ถ้ายังไม่หาย 3. ให้รอจนนํ้าแห้ง แล้วเอานํ้ามันไฟแช็คมาลาดลงตรงสิ่งของนั้นหรือที่ปากคอห่าน จากนั้นให้จุดไฟเผาอย่างระมัดระวังจนไฟมอดหมด (พลาสติกจะไหม้ไฟ และอ่อนตัวลง) แล้วใช้ลวดไม้แขวนเสื้อมาเขี่ย และดันให้ลงท่อไป จากนั้นตามด้วยการลาดด้วยโซดาไฟอีกครั้ง เชื่อว่ามาถึงขั้นนี้แล้วพลาสติกคงไม่รอดแน่แล้วล่ะ แต่หากเรายังโชคร้ายอยู่ก็ 4. ให้ไปตามช่างปะปามารื้อถอนเพื่อเขี่ยออกเลย ในขั้นนี้รับรองผล 100% แต่เม่อถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าจะให้ดีให้เราถือโอกาสเปลี่ยนแบบโถส้วมอันใหม่ไปเลยจะดีกว่า เพราะไหนๆเราก็ต้องเสียค่าแรงอยู่แล้วจะได้ไม่เสียเปล่าไปเฉยๆ แถมยังได้โถใหม่สำหรับมาสร้างบรรยากาศใหม่ๆที่ดีกว่าเดิมไปอีก และจะได้ไม่ทำให้เราต้องไปโกรธลูกที่ทำให้ของเสีย...กันไงล่ะครับ โชคดีนะครับ...เข้าใจในความทุกข์ที่มิอาจใช้สุขาสุดรักของเราเองที่บ้านได้...เอาใจช่วยนะครับ
    14 คำตอบ · การบำรุงและการซ่อมแซม · 6 ปีที่ผ่านมา
  • ซื้อเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งบ้านเตรียมรับน้ำท่วมครั้งต่อไปอย่างไรดี?

    คำตอบที่ดีที่สุด: วิกฤตย่อมกลายเป็นโอกาสที่ดีได้ และสถานการณ์ในอดีตย่อมเป็นบทเรียนที่ดีได้เสมอ ฉะนั้น ประสบการณ์ที่ผ่านมาจึงทำให้เราสามารถรู้เท่าทันธรรมชาติได้เช่นกัน ซึ่งในโลกยุคใหม่นี้เราจำเป็นจะต้องสนใจต่อการปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติให้ได้ อย่างน้อยเราจะต้องเข้าใจมันให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: วิกฤตย่อมกลายเป็นโอกาสที่ดีได้ และสถานการณ์ในอดีตย่อมเป็นบทเรียนที่ดีได้เสมอ ฉะนั้น ประสบการณ์ที่ผ่านมาจึงทำให้เราสามารถรู้เท่าทันธรรมชาติได้เช่นกัน ซึ่งในโลกยุคใหม่นี้เราจำเป็นจะต้องสนใจต่อการปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติให้ได้ อย่างน้อยเราจะต้องเข้าใจมันให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และไม่อนาธรณ์ร้อนใจใดๆเหมือนในอดีตที่ผ่านมาอีก ดังนั้น เมื่อเรารู้แล้วว่าบ้านของเราเจอสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมาสาหัสขนาดไหนแล้ว เราก็ใช้เหตุการณ์นี้ล่ะเป็นบรรทัดฐาน ซึ่งถ้าหากตัดประเด็นการโยกย้ายไปสู่ทำเลใหม่ที่ปลอดภัยกว่าออกไป เราก็ต้องใช้แนวน้ำท่วมนั้นเป็นแนวกำหนดมาตราการใหม่ในการวางแผนป้องกันความเสียหายใดๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกจากน้ำท่วมครั้งหน้า โดยให้กระทำดังนี้ 1. เปลี่ยนนิสัยการใช้สอยพื้นที่ในบ้านของเราเสียใหม่ เดิมเคยวางสิ่งของต่างๆในแนวน้ำท่วมอย่างขาดระเบียบ ก็ให้หันมาใส่ใจในการจัดวางที่เป็นที่เป็นทางให้มากขึ้น และไม่จัดวางอะไรให้มากจนเกินไป (ตัดสิ่งไม่จำเป็นให้เหลือน้อยลงที่สุด) 2. ย้ายดัดเอาน์ไฟฟ้า เครื่องปั๊มน้ำ และจุดเสียบไฟฟ้าทุกจุดให้อยู่เหนือแนวน้ำท่วมทั้งหมด 3. ให้ตกแต่งซ่อมแซมตามแนวน้ำท่วมเป็นวัสดุทนน้ำทั้งหมด เช่นเปลี่ยนจากไม้เป็นซีเมนต์ เป็นต้น และให้ทาสี (โดยเฉพาะแนวน้ำท่วม) เป็นสีทนน้ำ ที่ป้องกันเชื้อราได้ด้วย 4. ให้เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวน้ำหนักเบาที่สามารถขนย้ายได้ง่าย หากไม่อยากขนย้ายใดๆก็ให้เน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียม หรือสแตนเลส เป็นหลัก (หลีกเลี่ยงเฟอร์ฯไม้ทุกชนิด) ซึ่งเดี๋ยวนี้เค้าก็มีแบบสวยๆที่เหมาะสมกับการใช้ภายในบ้านให้เราได้เลือกใช้อย่างมากมายแล้ว จากนั้นให้หาความรู้และเทคนิคต่างๆในการใช้สอยพื้นที่ภายในบ้านจากตำรับตำรา หรือเว็บทั่วไป ที่เราสามารถหาได้ไม่ยากเลย เช่น จากลิงค์นี้ เป็นต้น http://www.kssfurniture.com/Learning-Article108-%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94.html และต้องมั่นตรวจตรา ติดตามข่าวคราวของภัยพิบัติอย่างใกล้ชิดเสมอๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เรามีประสบการณมาแล้ว...นี่เอง เท่านี้ เราก็จะสามารถอยู่กับธรรมชาติได้อย่างมีความสุข หรือไม่ก็ทุกข์ใจน้อยที่สุดกันแล้ว...ล่ะครับ
    12 คำตอบ · การตกแต่งและการปรับปรุงบ้าน · 6 ปีที่ผ่านมา
  • หลังน้ำท่วม ซักผ้าไม่ให้เหม็นอับทำอย่างไง?

    คำตอบที่ดีที่สุด: "หลังนํ้าท่วม" ที่คุณผู้ถามว่ามานั้นคงมิได้หมายถึง การซักผ้าปกติกระมัง เชื่อว่าน่าจะเป็นผ้าที่ถูกหมักดองไว้ในบ้านช่วงนํ้าท่วมหรือไม่ก็หมายถึงเสื้อผ้าที่โดนนํ้าเน่าเสียในช่วงนํ้าท่วมเป็นแรมเดือนเป็นแน่ เพราะเชื่อว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นคงต้องถูกทิ้งให้แช่นํ้าไว้เป็นเวลานาน และถูกหมกอยู่ในบ้านโดยไม่โดนแสงแดดกันเลย ซึ่งแน่นอนว่า... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: "หลังนํ้าท่วม" ที่คุณผู้ถามว่ามานั้นคงมิได้หมายถึง การซักผ้าปกติกระมัง เชื่อว่าน่าจะเป็นผ้าที่ถูกหมักดองไว้ในบ้านช่วงนํ้าท่วมหรือไม่ก็หมายถึงเสื้อผ้าที่โดนนํ้าเน่าเสียในช่วงนํ้าท่วมเป็นแรมเดือนเป็นแน่ เพราะเชื่อว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นคงต้องถูกทิ้งให้แช่นํ้าไว้เป็นเวลานาน และถูกหมกอยู่ในบ้านโดยไม่โดนแสงแดดกันเลย ซึ่งแน่นอนว่า เสื้อผ้าเหล่านั้นจะต้องเหม็นอับจนไม่อยากนำกลับมาซักหรือนำกลับมาใช้อีก เก็บมาใช้ใหม่เถอะครับ...เพราะมันยังใช้ได้ดีอยู่ และยังจะประหยัดเงินเราที่จำเป็นจะต้องนำไปใช้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมบ้านที่มากโขอยู่แล้วอีกด้วย ผมขอแนะนำว่า ให้ดัดเอาผ้าที่เหม็บอับและชื้นแต่ไม่โดนนํ้าทั้งหมดไปตากแดดเสียก่อนแล้วนำเอาไปซักใหม่อีกทีตามวิธีปกติทั้งหมดเลย ส่วนผ้าที่เปียกนํ้าก็ให้นำไปล้างนํ้าสะอาดเสียก่อน จากนั้นก็ให้นำเอาสารส้มมาแกว่งในนํ้าสะอาดสักพักเสียก่อนแล้วนำเอาเสื้อผ้าที่ล้างนํ้าสะอาดแล้วมาแช่ทิ้งไว้อีกสักหนึ่งคืน แล้วก็นำมาซักตามปกติอีกครั้ง ซึ่งตรงนี้จะสำคัญอยู่ที่เมื่อซักเสร็จแล้วจะต้องนำไปตากแดดเต็มๆอย่างน้อยหนึ่งวัน ซึ่งอย่าตากแดดให้นานจนเกินไปเพราะจะทำให้เสื้อผ้าสีซีด และฝุ่นละอองอาจจะเกาะแน่นจนขจัดออกไปจากเสื้อผ้าได้ยากอีก หรือถ้าหากมีเครื่องอบผ้าอยู่แล้วก็สามารถใช้แทนการตากผ้าได้เลย ส่วนถ้าหมายถึงการซักผ้า "หลังนํ้าท่วม" ไม่ให้เหม็นอับนั้น จริงๆแล้วก็ไม่มีวิธีพิเศษใดๆเลย ก็เพียงแค่ซักผ้าไปตามปกติเหมือนที่เคยทำมานั่นแหละ เพียงแต่ให้ใส่ใจดูสักหน่อยว่าวันนั้นแดดดีพอที่จะตากผ้าได้หรือไม่ หรือถ้ามีฝนก็งดซักเสีย แต่ถ้ามีเครื่องอบผ้าใช้ก็อย่าได้กังวลใจใดๆไปเลยไม่ว่าจะมีฝนหรือไม่มีแดดก็ซักได้ตลอดเวลา ซึ่งเมืองไทยของเรานี้จะมีอากาศดีที่พร้อมจะให้เราเลือกซักผ้าได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว...ล่ะครับ
    6 คำตอบ · การทำความสะอาด และการซักรีด · 6 ปีที่ผ่านมา
  • กล้วยใครโดนน้ำท่วมบ้างไหม?

    คำตอบที่ดีที่สุด: ผมมิได้ปลูกกล้วยไว้ในบ้านหรือมีสวนกล้วยแต่อย่างใด ฉะนั้น ผมจึงไม่มีผลกระทบโดยตรงจากกล้วยเลย แต่ก็มิอาจปฎิเสธได้ว่า กล้วยมีผลกระทบรอบตัวของเราจากสภาวะเศรษฐกิจไทยทดถอยอันเนื่องมาจากสาเหตุนํ้าท่วมครั้งใหญ่ในครั้งนี้ไปได้...อย่างแน่นอน อ.เบญจมาศ ศิลาย้อย และ อ.ฉลองชัย แบบประเสริฐ แห่งภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: ผมมิได้ปลูกกล้วยไว้ในบ้านหรือมีสวนกล้วยแต่อย่างใด ฉะนั้น ผมจึงไม่มีผลกระทบโดยตรงจากกล้วยเลย แต่ก็มิอาจปฎิเสธได้ว่า กล้วยมีผลกระทบรอบตัวของเราจากสภาวะเศรษฐกิจไทยทดถอยอันเนื่องมาจากสาเหตุนํ้าท่วมครั้งใหญ่ในครั้งนี้ไปได้...อย่างแน่นอน อ.เบญจมาศ ศิลาย้อย และ อ.ฉลองชัย แบบประเสริฐ แห่งภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทำการสำรวจพันธุ์กล้วยในประเทศไทย และรวบรวมพันธุ์ไว้ที่สถานีวิจัยปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยได้รวบรวมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันจนพบว่าสายพันธุ์กล้วยไทยมีอยู่ถึง ๗๑ พันธุ์ รวมทั้งกล้วยป่าและกล้วยประดับด้วย ทั้งนี้ไม่นับรวมพันธุ์กล้วยที่ได้มีการนำเข้ามาจากต่างประเทศที่มีอยู่อีกหลายพันธุ์ ซึ่งในจำนวนนี้จะรวมถึงกล้วยปลูกไทยพันธุ์ต่างๆไว้ด้วยแล้ว และตามวัฒนธรรมไทยมาแต่โบราณนั้น กล้วยก็เป็นอาหารที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนไทย ประเทศไทยจึงได้มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายเป็นอย่างมากในทุกภาคของประเทศ เพราะปลูกได้ง่าย จนกระทั่งประเทศไทยก็ได้ถูกนับให้เป็นผู้ส่งออกกล้วยรายใหญ่รายหนึ่งของโลกไปด้วย โดยเฉพาะกล้วยหอมทั้งพันธุ์ไทยแท้และพันธุ์จากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้นว่ากล้วยจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของไทยก็ตามที แต่นั้นก็ยังไม่สำคัญไปกว่าข้าวของไทยที่สามารถนับได้เลยว่ามีผลกระทบโดยตรงต่อสภาวะเศรษฐกิจของชาติขนานแท้กันเลย เพราะสามารถดูได้จากจำนวนบริโภคทั้งภายในประเทศเองและตามจำนวนส่งออกที่มีปริมาณสูงเป็นอันดับต้นๆของไทย ดังนั้น แม้นว่าในระยะนี้กล้วยไทยอาจจะมีราคาแพงขึ้น อันเนื่องมาจากสภาวะน้ำท่วมใหญ่ก็จริงอยู่ แต่ผมเองก็ยังเชื่อมั่นอยู่ดีว่า เศรษฐกิจไทยในปีหน้านี้ที่อาจจะมีการเติบโตที่ลดลงไปจนถึง 2% หรืออาจจะน้อยไปกว่านั้น ก็คงจะไม่ใช่มาจากปัจจัยของ "กล้วยไทยล่ม" เป็นแน่ ซึ่งถ้าจะเป็นไปได้จริงๆก็อาจจะมีผลกระทบอยู่บ้างก็ตรงที่กล้วยเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมทั้งหมดที่มาจากพืชเศรษฐกิจของไทยเราเสียมากกว่า...กระมังล่ะครับ http://guru.sanook.com/enc_preview.php?id=2864
    2 คำตอบ · อื่นๆ เกี่ยวกับบ้านและสวน · 6 ปีที่ผ่านมา
  • Do you want to travel in a country like this?

    คำตอบที่ดีที่สุด: Yes, I want to go there for my experience. It's amazing so much the same at roundabouts simply because the traffic is still the same - extremely hectic. Entering the roundabout is easy, leaving it can get hairy because you have to make sure the traffic coming into the roundabout are aware of your movements, generally they will... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: Yes, I want to go there for my experience. It's amazing so much the same at roundabouts simply because the traffic is still the same - extremely hectic. Entering the roundabout is easy, leaving it can get hairy because you have to make sure the traffic coming into the roundabout are aware of your movements, generally they will see you and will slow down for you, in cases where you are caught of guard and you have to completely stop, just move slowly and keep your face onto the oncoming traffic, just like pedestrians, they move around you….hahah I think that is “The selling point of Vietnam” because it is different from all country in the world. so every body must go there in one time of one life.
    1 คำตอบ · การบำรุงและการซ่อมแซม · 6 ปีที่ผ่านมา
  • หลังคาบ้านป้องกันพายุ?

    คำตอบที่ดีที่สุด: ถ้าหากเราต้องการหลังคาบ้านกันพายุได้ เราจะต้องมีโครงสร้างบ้านที่แข็งแรงเสียก่อนโดยส่วนใหญ่แล้วก็มักจะสร้างกันด้วยโครงสร้างเหล็กล้วนๆที่จะง่ายต่อการก่อสร้างอีกด้วย จากนั้นก็ให้ใช้ "หลังคาเหล็กรีดลอน" หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "หลังคาเมทัลชีท" (Metal Sheet Roofing) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: ถ้าหากเราต้องการหลังคาบ้านกันพายุได้ เราจะต้องมีโครงสร้างบ้านที่แข็งแรงเสียก่อนโดยส่วนใหญ่แล้วก็มักจะสร้างกันด้วยโครงสร้างเหล็กล้วนๆที่จะง่ายต่อการก่อสร้างอีกด้วย จากนั้นก็ให้ใช้ "หลังคาเหล็กรีดลอน" หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "หลังคาเมทัลชีท" (Metal Sheet Roofing) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.อย่างถูกต้อง และเป็นผลิตภัณฑ์ให้ง่ายต่อการนำไปใช้งาน ราคาประหยัด ติดตั้งได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วยรูปลอนที่หลากหลาย สีสันที่มีให้เลือก และความหนาที่สามารถระบุได้ตามต้องการได้ ตั้งแต่ 0.30 มม.ไปจนถึง 0.55 มม.(BMT) ซึ่ง "หลังคาเหล็ก" (Metal Sheet) นี้ จะมีความโดดเด่นกว่าวัสดุมุงหลังคาอื่นๆทั่วไป และยังจะสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยอีกด้วย ทั้งนี้ ก็เพราะ "หลังคาเหล็ก" (Metal Sheet) จะผลิตมาจากเหล็กหรือเหล็กเคลือบสีที่นำมาขึ้นรูปลอนด้วยเครื่องรีดที่ทันสมัย มีรูปลอนให้เลือกหลายรูปแบบตามลักษณะงาน และความเหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเภท เช่น ใช้ทำแผ่นหลังคา (Roofing) แผ่นฝ้าเพดาน (Ceiling) หรือแผ่นผนัง (Siding) เป็นต้น โดยสามารถนำมาใช้กับอาคารได้หลายประเภท เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โกดัง คลังสินค้า โรงสีข้าว โชว์รูม โรงจอดรถ โรงยิม สนามกีฬา บ้านพักอาศัย สถานีบริการน้ำมัน คลับเฮ้าส์ อาคารสำนักงาน ฯลฯ "หลังคาเหล็ก" (Metal Sheet) จะมีลักษณะลอนที่ให้ความแข็งแรง น้ำหนักเบา สามารถใช้กับช่วงแป หรือโครงเคร่าที่มีช่วงกว้างๆได้ ทำให้ประหยัดแปเหล็กหรือโครงเคร่า หรือจนกระทั่งลดขนาดโครงจั่วหลังคาลงได้อีกด้วย "หลังคาเหล็ก" (Metal Sheet) จะมีอุปกรณ์การยึดที่แข็งแรงทนทานที่ทำให้สามารถป้องกันพายุได้เป็นอย่างดี และยังง่ายต่อการติดตั้งที่ทำให้ติดตั้งได้รวดเร็ว ซึ่งจะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งรอยต่อระหว่างแผ่นก็มีน้อย เนื่องจากความกว้างของแผ่นจะกว้างกว่าแผ่นหลังคาโดยทั่วไป จึงช่วยลดปัญหาเรื่องการรั่วซึมได้ อีกทั้งค่าบำรุงรักษาก็ต่ำอีกด้วยต่างหาก นอกจากนี้แล้ว "หลังคาเหล็ก" (Metal Sheet) ยังมีสีให้เลือกได้หลากหลายตามความต้องการ โดยจะเป็นสีที่เลียนแบบตามสีของธรรมชาติที่สามารถทำให้อาคารดูสวยงาม และกลมกลืนกับธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งสีสันที่จะทำให้ดูสดใสสดุดตาจนสามารถสร้างจุดสนใจให้กับผู้พบเห็นโดยทั่วไปได้เป็นอย่างดี ส่วนการเลือกใช้ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไร ของใคร ผลิตจากประเทศไหนหรือจะเป็นในประเทศ...เรื่องนี้ก็ต้องแล้วแต่ศรัทธา และงบประมาณของตนเองเป็นสำคัญแล้ว...ล่ะครับ
    3 คำตอบ · อื่นๆ เกี่ยวกับบ้านและสวน · 6 ปีที่ผ่านมา
  • การใช้กล้องแคนนอนEOS60Dแบบภาษาไทย?

    คำตอบที่ดีที่สุด: โดยส่วนตัวผมจะใช้กล้องของแคนนอนมาตลอดตั้งแต่สมัยยังเป็นอันนาลอคธรรมดาอยู่เลย แต่มาระยะกลับหลังหันมาเล่นกล้องดิจิตอลแบบขนาดย่อมลงที่ยังคงประสิทธิภาพเทียบเท่ากล้องใหญ่ทั่วไปกันแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อลงภาระในการแบกให้น้อยลงตามอายุของผู้ใช้ที่มีวันแต่จะเพิ่มขึ้นจนเรี่ยวแรงลดลงไปซะแล้ว ซึ่งผมเองได้หันมาใช้กล้องซัมซุงรุ่น NX10 ขนาด 14.6 MEGA... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: โดยส่วนตัวผมจะใช้กล้องของแคนนอนมาตลอดตั้งแต่สมัยยังเป็นอันนาลอคธรรมดาอยู่เลย แต่มาระยะกลับหลังหันมาเล่นกล้องดิจิตอลแบบขนาดย่อมลงที่ยังคงประสิทธิภาพเทียบเท่ากล้องใหญ่ทั่วไปกันแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อลงภาระในการแบกให้น้อยลงตามอายุของผู้ใช้ที่มีวันแต่จะเพิ่มขึ้นจนเรี่ยวแรงลดลงไปซะแล้ว ซึ่งผมเองได้หันมาใช้กล้องซัมซุงรุ่น NX10 ขนาด 14.6 MEGA PIXELS ที่มีฟังส์ชั่นอย่างครบถ้วนที่ไม่แพ้ใครๆเลยล่ะครับ แต่เอาเถอะ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่ใช่คอเดียวกันไปซะแล้ว ผมก็ยังอดใส่ใจด้วยไม่ได้อยู่ดี ก็เพราะด้วยยังถือตัวเองว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ขาเก่าแคนนอนอยู่บ้างล่ะหน่า ซึ่งก็พอยังจะมีข้อมูลเกี่ยวกับกล้องแคนนอนอยู่บ้างตลอด เพราะถึงแม้จะใช้กล้องต่างยี่ห้อกันไปแล้ว การศึกษาการใช้กล้องอื่นๆไว้บ้างก็จะเป็นประโยชน์ที่สามารถเอื้อต่อการใช้กล้องของตนเองได้เสมอ ดังนั้น คู่มือภาษาไทยของกล้องแคนนอนรุ่น EOS60D นี้ ผมขอแนะนำให้เข้ามาดูในลิงค์นี้ได้เลยนะครับ เพราะจะเป็นฉบับสมบูรณ์ที่เป็นภาษาไทยตามที่คุณผู้ถามต้องการ โดยให้กดอ่านไปทีละหน้าเหมือนสมุดคู่มือจริงๆเลยล่ะครับ...ลองดูนะครับ http://www.flipbooksoft.com/book/1597/canon-eos-60d-manual-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2#/page/?id=0 หวังว่าคงจะตรงใจผู้รักการถ่ายภาพด้วยกัน และขอให้สนุกกับการถ่ายภาพอย่างเต็มที่ด้วยเลย...นะครับ
  • บ้านลอยน้ำราคาเท่าไหร่ ตัวบ้านแข็งแรงหรือเปล่า อยู่บนพื้นดินได้ไหม และลอยสูงได้แค่ไหน?

    คำตอบที่ดีที่สุด: "บ้านลอยนํ้า" จากแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่ทรงพระราชทานไว้เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2550 โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้นำเอามาปรับใช้กับแบบบ้านจาก "บ้านลอยน้ำท่าขนอน" ที่มีอยู่ที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในพื้นที่ โดย... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: "บ้านลอยนํ้า" จากแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่ทรงพระราชทานไว้เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2550 โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้นำเอามาปรับใช้กับแบบบ้านจาก "บ้านลอยน้ำท่าขนอน" ที่มีอยู่ที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในพื้นที่ โดย "บ้านลอยน้ำ" นั้นจะมีลักษณะเป็น "เรือนแพ" ซึ่งในฤดูแล้งตัวบ้านจะตั้งอยู่บนพื้นดินตามปกติ แต่เมื่อถึงเวลาน้ำท่วม ตัวบ้านก็จะลอยขึ้นตามระดับน้ำ และมีการยึดตัวบ้านเอาไว้กับเสาหลักเพื่อป้องกับการโคลงตัว หรือลอยไปตามกระแสน้ำ จากนั้นพอเวลาน้ำลดลง บ้านก็จะกลับมาตั้งตัวอยู่บนพื้นดินเหมือนเดิม ดังนั้น ตัวบ้านจะลอยขึ้นสูงได้ตามขนาดของเสาหลักที่ยึดไว้ ส่วนความแข็งแรงของตัวบ้านจะขึ้นอยู่กับวัสดุที่เจ้าของเลือกใช้ ซึ่งถ้าเป็นตามแบบดังที่กล่าวมานี้ก็จะแข็งแรงดีแม้ว่าจะใช้วัสดุที่มีอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปมาสร้างก็ตาม ส่วนราคาค่าใช้จ่ายของ "บ้านลอยนํ้า" ที่มีขนาดพื้นที่รวมประมาณ 60 ตารางเมตร ซึ่งจะเป็นบ้านที่ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่สะดวกต่อการก่อสร้างและการลอยน้ำได้ดี โดยถ้าสร้างเองจะมีราคาประมาณหลังละ 719,000 บาท แต่ถ้าหากจ้างเหมาราคาก็จะตกอยู่ประมาณหลังละ 915,000 บาท ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากผู้รับเหมาจะต้องมีการคิดค่าดำเนินการ กำไร และภาษีมาบวกเพิ่มเข้าไปด้วย ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และดูแบบ "บ้านลอยนํ้าพระราชทาน" นี้ได้ในลิงค์นี้...เลยนะครับ http://hilight.kapook.com/view/63246
    2 คำตอบ · อื่นๆ เกี่ยวกับบ้านและสวน · 6 ปีที่ผ่านมา
  • อ่างล้างหน้ามีกลิ่นเหม็นมาก?

    คำตอบที่ดีที่สุด: อ่างล้างหน้ามีกลิ่นเหม็นมาก มิได้เกิดจากการหมักของของเสียใต้อ่างแต่อย่างใดเลย เพราะใต้อ่างล้างหน้าส่วนใหญ่แล้วจะมีพื้นที่เล็กมาก และมักจะเป็นระบบท่อโค้งงอที่นํ้าสามารถขับไล่ของเสียได้ตลอดเวลา แต่ที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรงเกิดขึ้นมาได้นั้น ก็จะเกิดจากแรงดันของอากาศภายในท่อใต้อ่างล้างหน้าของเราที่ต่อมาจากท่อนํ้าทิ้งหลักของบ้านนั่นเอง... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: อ่างล้างหน้ามีกลิ่นเหม็นมาก มิได้เกิดจากการหมักของของเสียใต้อ่างแต่อย่างใดเลย เพราะใต้อ่างล้างหน้าส่วนใหญ่แล้วจะมีพื้นที่เล็กมาก และมักจะเป็นระบบท่อโค้งงอที่นํ้าสามารถขับไล่ของเสียได้ตลอดเวลา แต่ที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรงเกิดขึ้นมาได้นั้น ก็จะเกิดจากแรงดันของอากาศภายในท่อใต้อ่างล้างหน้าของเราที่ต่อมาจากท่อนํ้าทิ้งหลักของบ้านนั่นเอง ซึ่งมักจะเป็นที่รวมของของเสียทุกชนิดภายในบ้านของเราที่อาจจะมีการสะสมหรือตกค้างอยู่ภายในท่อระบายนํ้าจนเน่าเหม็นขึ้นมา พอเกิดแรงดันอากาศภายในขึ้นอากาศเหล่านั้นก็จะหอบหิ้วเอากลิ่นเหม็นต่างๆออกมาทางรูหรือช่องใดๆที่มีเสมอ ฉะนั้น ท่อนํ้าทิ้งในบริเวณที่เราติดตั้งอ่างหน้าไว้จึงควรมีท่อระบายแรงดันอากาศที่ต่อตรงมาจากท่อนํ้าทิ้งหรือท่อระบายนํ้าไว้นอกตัวบ้านด้วย เพื่อให้อากาศเสียภายในท่อได้มีโอกาสดันออกทางท่ออากาศนี้อย่างสมํ่าเสมอ เท่านี้กลิ่นเหม็นจากอ่างหน้าก็จะทุเลาลงได้ ซึ่งปัญหานี้จะคล้ายคลึงกันกับกลิ่นเหม็นจากท่อระบายนํ้า ดังนั้นลองเข้าไปอ่านคำถามคำตอบจากลิงค์นี้เพิ่มเติมด้วยก็จะดีเหมือนกัน เพราะหลายๆท่านได้กรุณาให้คำแนะนำดีๆไว้แล้วพอสมควร...เลยล่ะครับ http://th.answers.yahoo.com/question/index;_ylt=AoZc_d2UHPDDEsRTw1D6HItxTAx.;_ylv=3?qid=20111111015751AAJOvNO
    6 คำตอบ · การบำรุงและการซ่อมแซม · 6 ปีที่ผ่านมา
  • บ้านไม้ ต้องติดตั้งสายดินไหม?

    คำตอบที่ดีที่สุด: ไม่ว่าจะเป็นบ้านตึกหรือบ้านไม้ก็มีความจำเป็นจะต้องติดตั้ง "สายดิน" กันทั้งนั้น เพราะ "สายดิน" จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าดูดแก่ผู้ใช้ได้ โดยไฟฟ้าที่รั่วออกมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าจะเพียงแค่ไหลผ่านร่างกายผู้ประสบเหตุแล้วไหลลงสู่ดินทันที ซึ่งจะทำให้ผู้ประสบเหตุไม่ถึงแก่ชีวิตนั่นเอง... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: ไม่ว่าจะเป็นบ้านตึกหรือบ้านไม้ก็มีความจำเป็นจะต้องติดตั้ง "สายดิน" กันทั้งนั้น เพราะ "สายดิน" จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าดูดแก่ผู้ใช้ได้ โดยไฟฟ้าที่รั่วออกมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าจะเพียงแค่ไหลผ่านร่างกายผู้ประสบเหตุแล้วไหลลงสู่ดินทันที ซึ่งจะทำให้ผู้ประสบเหตุไม่ถึงแก่ชีวิตนั่นเอง และที่สำคัญเมื่อเกิดไฟฟ้ารั่วขึ้นเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติจะทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยจะตัดไฟทันทีอย่างไม่มีข้อผิดพลาดใดๆเลย นอกจากนี้แล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทหากบ้านของเราไม่มี "สายดิน" แล้ว ก็อาจจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นขัดข้องหรือเสียหายได้ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสารชนิดต่างๆ เป็นต้น ฉะนั้น "สายดิน" จึงเกี่ยวข้องกับพื้นดินและตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นการเฉพาะ จึงไม่เกี่ยวข้องใดๆกับตัวบ้านเลยว่าจะเป็นบ้านหรืออาคารที่สร้างขึ้นด้วยวัสดุอะไรทั้งสิ้น โปรดศึกษาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ "สายดิน" เพิ่มเติมได้จากลิงค์เลย...นะครับ http://www.cewmedia.com/article/171/%CA%D2%C2%B4%D4%B9.pdf
    6 คำตอบ · อื่นๆ เกี่ยวกับบ้านและสวน · 6 ปีที่ผ่านมา
  • กลิ่นท่อระบายน้ำในห้องน้ำมีกลิ่นแรงมาก วิธีแก้ที่ดีที่สุดคืออะไร?

    คำตอบที่ดีที่สุด: กลิ่นท่อระบายน้ำในห้องน้ำมีกลิ่นแรงมากเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอๆ เพราะท่อระบายนํ้าเป็นสิ่งที่ต่อเชื่อมกับอุปกรณ์อื่นๆมาใช้ร่วมกัน เช่น อ่างล้างหน้า หรือโถปัสสวะ เป็นต้น... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: กลิ่นท่อระบายน้ำในห้องน้ำมีกลิ่นแรงมากเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอๆ เพราะท่อระบายนํ้าเป็นสิ่งที่ต่อเชื่อมกับอุปกรณ์อื่นๆมาใช้ร่วมกัน เช่น อ่างล้างหน้า หรือโถปัสสวะ เป็นต้น ซึ่งเวลาใช้สิ่งเหล่านั้นก็จะทำให้มีการเคลื่อนไหวของนํ้าและอากาศจากทางหนึ่งไปทางหนึ่งจนเกิดเป็นแรงดันเอากาศเสียที่ไม่หมุนเวียนภายในท่อให้เคลื่อนที่ฟุ้งกระจายออกมาเป็นกลิ่นเหม็น ฉะนั้น ทางออกที่ดีที่สุดเราจึงจะต้องทำท่ออากาศต่อสูงจากท่อระบายนํ้าให้อากาศเสียได้ระบายออกมาสู่ภายนอกได้ตลอดเวลา และเพื่อให้เป็นทางเข้าของออกซิเจนไปในตัวด้วย ซึ่งวิธีนี้ก็จะทำให้ท่อระบายนํ้าไม่เก็บกักกลิ่นเหม็นสะสมไว้ภายในท่อได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม เราจะต้องมั่นทำความสะอาดท่อระบายนํ้าอย่างสมํ่าเสมอไปพร้อมๆกันด้วย โดยการใช้โซดาไฟมาชะล้างปากท่ออย่างสมํ่าเสมอ หรืออาจจะใช้ "ริยาน่า" (Riyana) ก็จะเป็นการดีไปอีกทางหนึ่ง เพราะ "ริยาน่า" นี้จะเป็นจุลินทรีย์ธรรมชาติชนิดเม็ดที่สามารถใช้กำจัดสิ่งปฏิกูล ย่อยสลายไขมัน กำจัดกลิ่นเน่าเหม็นจากพื้นห้องครัว ห้องน้ำ บ่อดักไขมัน ท่อระบายน้ำ กลิ่นย้อนกลับจากท่อ กลิ่นของเสียจากสัตว์เช่น สุนัข กระต่าย แมว หนู กลิ่นอับภายในห้อง กลิ่นอับของเสื้อผ้าหรือกลิ่นบุหรี่บนพรมและโซฟา สาระพัดประโยชน์กันเลยทีเดียว ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายมากเพียงแค่ใช้ "ริยาน่า" 1 เม็ดต่อน้ำ 1-20 ลิตร มาละลายให้เข้ากันแล้วนำไปเทราดที่ปากท่อระบายนํ้า ท่ออ่างล้างหน้า โถปัสสวะ และพื้นห้องนํ้าทิ้งค้างคืนไว้สัก 1 คืน เท่านี้กลิ่นเหม็นก็จะหายไปได้โดยง่าย...กันเลยเชียวล่ะ ส่วนรายละเอียดของ "ริยาน่า" นึ้ท่านสามารถดูเพิ่มเติมได้จากลิงค์นี้เลยนะครับ http://ddtshop.plazathai.com/industry/show258505/
    9 คำตอบ · การทำความสะอาด และการซักรีด · 6 ปีที่ผ่านมา
  • ขายขาดทุน ดีกว่าเก็บไว้แล้วขายไม่ได้ หรือจะเก็บไว้แล้วมาจัดกิจกรรมกระตุ้นการขาย อย่างไหนดีกว่ากัน?

    ผมเห็นด้วยกับการ "ขายขาดทุน ดีกว่าเก็บไว้แล้วขายไม่ได้" ครับ เพราะ 1. ทุกคนย่อมรู้สถานการณ์ที่เลวร้ายพึ่งผ่านพ้นไป (หลังเหตุการณ์ต่างๆ) ทุกคนต่างก็ต้องใช้เงินออมของตนเองกันทั้งนั้น จึงต่างอยากได้ของที่ยังมีคุณภาพแต่ราคาย่อมเยาเป็นพิเศษในห้วงเวลาที่ไม่ไกลกันนักแน่ๆ 2. เป็นความพอดีของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ... แสดงเพิ่มเติม
    ผมเห็นด้วยกับการ "ขายขาดทุน ดีกว่าเก็บไว้แล้วขายไม่ได้" ครับ เพราะ 1. ทุกคนย่อมรู้สถานการณ์ที่เลวร้ายพึ่งผ่านพ้นไป (หลังเหตุการณ์ต่างๆ) ทุกคนต่างก็ต้องใช้เงินออมของตนเองกันทั้งนั้น จึงต่างอยากได้ของที่ยังมีคุณภาพแต่ราคาย่อมเยาเป็นพิเศษในห้วงเวลาที่ไม่ไกลกันนักแน่ๆ 2. เป็นความพอดีของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ซึ่งต่างมีความเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นอย่างดีในห้วงเวลาที่เหมาะสมเช่นนี้ (หากรอเวลามากไป เวลาดีๆจะไม่มีอีกแล้ว) 3. การเลลังขายของในสถานการณ์ร้อน (หลังเหตุการณ์ร้ายพึ่งผ่านพ้น) ย่อมกระตุ้นความต้องการของผู้ซื้อได้ดีกว่า ซึ่งผู้ซื้อย่อมมีความเชื่อมั่นว่าสินค้านั้นจะถูกจริงๆ 4. หลังสถานกาณ์ร้ายเช่นนั้น ผู้ลงทุนย่อมต้องการเงินทุนคืนบางส่วน (ไม่ใช่ทั้งหมด) อย่างรวดเร็ว มาเป็นเงินทุนใหม่เพื่อใช้ดำเนินกิจการต่อไปได้ ดังนั้นการ "ขายขาดทุน ดีกว่าเก็บไว้แล้วขายไม่ได้" อย่างแน่นอน โดยจะต้องไม่ปล่อยเวลาให้เนิ้นนานจนเกินไป เราจะต้องตีเหล็กตอนเหล็กยังร้อนอยู่ กล่าวคือ เราจะต้องจัดรายการ "ลดแหลก" (ลดอย่างเดี) ในทันทีหลังเหตุการณ์ร้ายพึ่งพ้นไปหมาดๆ โดยอย่านำเอาสินค้าใหม่มาปะปนหรือนำมาเป็นเงื่อนไขในการซื้อขายโดยเด็ดขาด อย่าไปสร้างทางเลือกให้ลูกค้าเลือกระหว่างสินค้าใหม่กับสินค้าเก่า และในรายการนี้จะต้องมีแต่สินค้าค้างเก่าขายที่เมื่อหมดแล้วก็หมดเลยเท่านั้น (เพื่อบีบเวลาให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ) โดยจะต้องพยายามปรับลดราคาลงตลอดเวลาจนหมดของในเร็ววันที่สุด ซึ่งเราจะไม่มีการใช้ทุนใดๆในการจัดรายการเพิ่มขึ้นอีกทั้งสิ้นในเวลานั้น และเราไม่ควรรอการนำสินค้าล็อตใหม่มาบวกกำไรไปอีก 50% แล้วมีการลดแลกแจกแถมในเงื่อนไขใดๆ เช่นถ้าซื้อเสื้อตัวใหม่สามารถซื้อเสื้อตัวเก่าได้ในราคาต้นทุน คือ100 บาทนั้น จะทำให้ความสนใจของลูกค้าลดลง เพราะไม่มีเหตุการณ์ร้ายร่วมกันมากระตุ้นความสนใจใดๆเลย ซึ่งจะทำให้ขายสินค้าได้ช้าลงกว่าที่ควรจะเป็น จนอาจเป็นเหตุทำให้สินค้าเก่าค้างสต๊อก และจะเสียหายไปได้มากกว่าเดิมเสียอีก ด้วยเงื่อนไขนี้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรตาม เราก็ต้องรีบดำเนินการระบายออกทั้งสิ้น ยิ่งถ้าเป็นสินค้าใหญ่อย่างเช่น รถจักรยานยนต์ ก็ยิ่งต้องรีบดำเนินการในทันทีด้วยเช่นกัน เพราะการรีบระดมเงินก้อนกลับคืนมาไว้ในมือให้ไวที่สุดเสียก่อนนั้น ย่อมจะดีกว่าวิธีไหนๆเป็นแน่...ต้องทำทันทีเลยนะครับหลังนํ้าลดในเร็ววัน ขอให้โชคดีครับ และสามารถแก้ไขวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี...นะครับ
    8 คำตอบ · การตลาดและการขาย · 6 ปีที่ผ่านมา
  • วิธีล้างยางมะม่วงออกจากกระจกรถคือ?

    การขจัดคราบยางมะม่วงออกจากกระจกรถยนต์นั้น สามารถกระทำได้ไม่ยากเลย โดยให้นำเอามะนาวมาถูบริเวณที่เปื้อน แล้วปล่อยทิ้งไว้สักพัก กรดของมะนาวก็จะช่วยกำจัดยางมะม่วงให้ออกไป จากนั้นก็ให้เอาผ้าขนหนูซุบน้ำให้ชุ่ม แล้วนำไปแตะยาสีฟันที่เรามีใช้อยู่เพียงเล็กน้อยนำมาเช็ดกระจกรถให้ทั่วๆอีกครั้ง... แสดงเพิ่มเติม
    การขจัดคราบยางมะม่วงออกจากกระจกรถยนต์นั้น สามารถกระทำได้ไม่ยากเลย โดยให้นำเอามะนาวมาถูบริเวณที่เปื้อน แล้วปล่อยทิ้งไว้สักพัก กรดของมะนาวก็จะช่วยกำจัดยางมะม่วงให้ออกไป จากนั้นก็ให้เอาผ้าขนหนูซุบน้ำให้ชุ่ม แล้วนำไปแตะยาสีฟันที่เรามีใช้อยู่เพียงเล็กน้อยนำมาเช็ดกระจกรถให้ทั่วๆอีกครั้ง จากนั้นก็ให้นำเอาผ้าขนหนูอีกผืนหนึ่งมาซุบด้วยน้ำสะอาดเปล่าๆแล้วนำมาเช็ดกระจกรถกันอีกที เพื่อให้คราบยาสีฟันได้ออกไปให้หมด เท่านี้กระจกรถยนต์คันโปรดของเราก็จะกลับมาเงางามได้ดังเดิมแล้ว นอกจากนี้แล้วเรายังจะสามารถใช้นํ้ามันไฟแช็กส์กระป๋องเล็กๆที่เราสามารถหาซื้อได้ง่ายกว่านํ้ามันก๊าด (ซึ่งก็ใช้ได้เหมือนกัน) มาใช้เทลงไปบนคราบยางมะม่วงนั้นแล้วค่อยๆถูออก คราบยางมะม่วงที่ไม่พึ่งปรารถนาก็จะหายไปจากกระจกรถของเราได้อีกเช่นกัน แต่ถ้าจะให้สะดวกไปกว่านั้น เราก็ควรไปหาซื้อ “น้ำยาขจัดคราบยางมะตอย” (Tar remover) บนตัวรถยนต์มาใช้ก็จะดีเหมือนกัน เพราะนอกจากจะใช้สำหรับขัดถูสีบนตัวรถยนต์แล้วเราก็ยังนำเอามาขัดคราบยางมะม่วงให้ออกไปจากกระจกรถได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยหลังจากนั้นเราก็ใช้ “น้ำยาเช็ดกระจกรถยนต์” (Clear view) ที่เราน่าจะมีอยู่แล้ว มาใช้ทำความสะอาดกระจกรถกันอีกที เท่านี้กระจกรถยนต์สุดรักของเราก็จะกลับมาดูดีได้ดังเดิมดุจใช้ผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพมาขจัดให้กันเลย...ล่ะครับ ทั้งนี้ก็เพราะด้วยคุณสมบัติพิเศษของ "น้ำยาขจัดคราบยางมะตอย" จะมีโมเลกุลเล็กมากที่สามารถแทรกซึมเข้าไปละลายคราบยางมะตอย หรือคราบสติกเกอร์เก่าจนสามารถย่อยสลายไปได้อย่างง่ายดาย แล้วคราบยางมะม่วงจะมีเหลือหรือ เพียงแค่ฉีด และทิ้งไว้ 10 นาที แล้วเช็ดด้วยผ้าแห้งเท่านั้น รถของเราก็จะเงางามปราศจากคราบสกปรกและยังช่วยป้องกันสีรถได้อีกทางหนึ่งไปด้วยต่างหาก ส่วน "น้ำยาเช็ดกระจก" นั้นก็จะช่วยเพิ่มความเงางาม และความสดใสให้กับกระจกรถยนต์ของเราได้เป็นอย่างดีเลย โดยจะปราศจากแอมโมเนียที่มีกลิ่นฉุ่น แต่จะมีแอลกอฮอล์ที่สามารถช่วยฆ่าเชื้อโรค และใช้ทำความสะอาดผิวกระจกรถได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็จะเป็นการช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่รถยนต์ให้ดีขึ้นเป็นอย่างมาก...นั่นเอง
    4 คำตอบ · การทำความสะอาด และการซักรีด · 6 ปีที่ผ่านมา
  • มีใครเร่ิมซ่อมแซมบ้านกันแล้วบ้าง?

    คำตอบที่ดีที่สุด: ยังหรอกครับ บ้านผมนํ้ายังท่วมถึงเอวอยู่เลย (แถวเพชรเกษม112 หนองแขม) ตอนนี้แค่วางแผนไว้เท่านั้น คงต้องรออีกประมาณ 2-3 อาทิตย์กระมังถึงจะได้ทำความสะอาดและตรวจตราดูความเสียหายทั้งหมดว่าจะต้องซ่อมแซมสิ่งใดกันบ้าง จากลิงค์ที่คุณ Labor of Love ได้แนะนำมาเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยล่ะครับ ทำให้ผมมีแนวทางในการซ่อมแซมได้เป็นอย่างดี... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: ยังหรอกครับ บ้านผมนํ้ายังท่วมถึงเอวอยู่เลย (แถวเพชรเกษม112 หนองแขม) ตอนนี้แค่วางแผนไว้เท่านั้น คงต้องรออีกประมาณ 2-3 อาทิตย์กระมังถึงจะได้ทำความสะอาดและตรวจตราดูความเสียหายทั้งหมดว่าจะต้องซ่อมแซมสิ่งใดกันบ้าง จากลิงค์ที่คุณ Labor of Love ได้แนะนำมาเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยล่ะครับ ทำให้ผมมีแนวทางในการซ่อมแซมได้เป็นอย่างดี ครบทุกเรื่องเรื่องการซ่อมแซมจริงๆ ขอบคุณในนํ้าใจที่ห่วงใยซึ่งกันและกันมา ณ โอกาสนี้เลยนะครับ ว่าแต่ว่าคุณ Labor of Love ล่ะ ตรวจตราและซ่อมแซมบ้านของตนเองแล้วหรือยัง หากถ้าบ้านนํ้าไม่ท่วมเลย ก็ขอแสดงความดีใจมา ณ โอกาสนี้ด้วยเช่นกัน เพราะจะถือว่าเป็น 1 ใน 100 ของคนกรุงเทพฯที่โชคดีสุดๆแล้ว ขอให้ความระลึกดีที่คุณมีนี้ จงดลบันดาลแต่สิ่งดีๆให้คืนสู่ชีวิตของคุณ Labor of Love ตลอดไป...เลยนะครับ ขอบคุณจริงๆ
    8 คำตอบ · Do It Yourself (DIY) · 6 ปีที่ผ่านมา
  • มีวิธีซักเสื้อผ้าเปื้อนคราบกาแฟให้สะอาดไหม ?

    คำตอบที่ดีที่สุด: ความจริงแล้วหากเสื้อผ้าตัวโปรดของเราจะเปื้อนกาแฟไปบ้างก็ไม่ใช่ปัญหาที่เราจะต้องไปวิตกอะไรมากมายเลย เพราะอย่างไงเสียคราบกาแฟก็ยังสามารถขจัดได้ง่ายกว่าน้ำหมึกจากปากกาลูกลื่นเป็นไหนๆ แต่แน่นอนล่ะครับทั้งคราบกาแฟหรือจะเป็นคราบน้ำหมึกต่างก็เป็นคราบที่ไม่สามารถล้างออกง่ายๆด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว... แสดงเพิ่มเติม
    คำตอบที่ดีที่สุด: ความจริงแล้วหากเสื้อผ้าตัวโปรดของเราจะเปื้อนกาแฟไปบ้างก็ไม่ใช่ปัญหาที่เราจะต้องไปวิตกอะไรมากมายเลย เพราะอย่างไงเสียคราบกาแฟก็ยังสามารถขจัดได้ง่ายกว่าน้ำหมึกจากปากกาลูกลื่นเป็นไหนๆ แต่แน่นอนล่ะครับทั้งคราบกาแฟหรือจะเป็นคราบน้ำหมึกต่างก็เป็นคราบที่ไม่สามารถล้างออกง่ายๆด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว โดยทั้งสองอย่างนี้หรือจะเป็นคราบเปื้อนใดๆก็ตาม เราจะต้องใช้ผงซักฟอกมาขจัดมันให้ออกไปเป็นการเฉพาะที่เสียก่อน ก่อนที่เราจะซักผ้าธรรมดาอีกครั้งด้วยมือหรือเครื่องซักก็ตาม โดยจะต้องขยี้เฉพาะจุดกันก่อนนั่นเอง แต่ทางที่ดีแล้วเราควรจะใช้ “น้ำยาขจัดคราบสกปรก” ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดในปัจจุบันมาใช้ด้วยก็จะเป็นความสะดวกสบายที่มีมากยิ่งขึ้นไปอีกในยุคปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามถ้าไม่อยากไปซื้อ “น้ำยาขจัดคราบสกปรก” ที่เค้ามีวางขายกันเก่ออยู่แล้ว ก็ให้มองหาเอา “แป้งข้าวเจ้าและน้ำอุ่น” ที่เรามีอยู่แล้วในบ้านมาใช้แทนก็ได้ โดยแค่เอาแป้งข้าวเจ้าสักประมาณ 1 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำอุ่นจนเป็นก้อนเหนียวๆแล้วก็เอาไปถูบนรอยเปื้อน หลังจากนั้นก็นำไปซักตามปกติ เท่านี้คราบที่เราไม่ปรารถนาก็จะหายไปได้ แต่ถ้าจะให้ดีไปกว่านั้น เราก็ยังสามารถกำจัดคราบกาแฟได้ด้วยการใช้ “กลีเซอรีน” (Glycerin) กันอีกทางหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นคราบใหม่ๆเมื่อเราเห็นแต่แรกแค่ใช้น้ำมาถูออกก็ยังจะพอทำเนาได้บ้าง แต่ถ้าเป็นคราบเก่าจะซักได้ยากอยู่สักหน่อย ก็ให้เราลองซับด้วยน้ำเย็นแล้วถูดูก่อน จากนั้นก็ถูให้ทั่วด้วย “กลีเซอรีน” ที่ว่ามาอีกครั้งเพื่อละลายไขมันและคราบเปื้อนที่เกิดจากกาแฟนั้น โดยจะต้องปล่อยทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมงแล้วนำมาล้างออกด้วยน้ำอุ่นกันอีกครั้ง หลังจากนั้นก็เอาไปซักตามปกติ เท่านี้คราบกาแฟก็จะจางหายไปได้ด้วยเช่นกัน...ก็ตามสะดวกก็แล้วกันนะครับว่าจะเลือกใช้วิธีไหนจึงจะดีที่สุดสำหรับคุณก็แล้วกันนะครับ ส่วน “กลีเซอรีน” (Glycerin) คืออะไรนั้น ดูได้จากลิงค์นี้เลยนะครับ http://www.bareo-isyss.com/66/66_glycerine.html
    5 คำตอบ · การทำความสะอาด และการซักรีด · 6 ปีที่ผ่านมา