1. หน้าหลัก >
  2. ศิลปะและมนุษยศาสตร์ >
  3. อื่นๆ เกี่ยวกับศิลปะและมนุษยศาสตร์ >
  4. คำถามที่ได้รับคำตอบแล้ว
นิ้วกลม นิ้วกลม
คนดังบน Yahoo! รู้รอบ
เป็นสมาชิกตั้งแต่:
11 มกราคม 2008
คะแนนรวม:
103 (ระดับ 1)
ภาพแบดจ์:

คำถามที่ได้รับคำตอบแล้ว

ดูคำถามอื่น »

ทำไมคนไทยจึงรู้สึกว่าศิลปะเป็นเรื่องไกลตัวและเข้าใจยาก?

พูดคำว่า "ศิลปะ" ขึ้นมา ใครๆ ก็ทำหน้าอี๋ ดูหลุดโลก
ไม่จำเป็น อาร์ตๆ เข้าใจยาก ทั้งที่จริงๆ
แล้วศิลปะแทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของชีวิต
แต่ดูเหมือนเราจะไม่มองว่ามันเป็นศิลปะ
และอะไรที่เราคิดว่ามันเป็นศิลปะมักจะไม่ค่อยเชื่อมโยงกับชีวิต
ทำไมคนไทยส่วนใหญ่จึงคิดเช่นนั้นกันหนอ?
  • 2 ปี ผ่านไป
soonyong s by soonyong s
เป็นสมาชิกตั้งแต่:
03 พฤศจิกายน 2007
คะแนนรวม:
133 (ระดับ 1)

คำตอบที่ดีที่สุด - เลือกโดยเจ้าของคำถาม

ที่มาเดิม ศิลปะเป็นเรื่องของชนชั้นในวัง เจ้าขุนมูลนาย คนมีฝีมือจะได้เรียนและรับใช้ราชการในวังเท่านั้น ต่อมา คนเรียนศิลปะ มีความเข้าใจว่า การที่รับรู้ การถ่ายทอดทางศิลปะ จำเป็นจะต้องมีสมาธิ มีอารมณ์ มีความรู้สึก คนส่วนใหญ่จึงมีความรู้สึกว่า คนที่มีความรู้ทางศิลปะ เก็กท่า ไม่น่าคบ เอาแต่ใจตนเอง และงานศิลปะในเมืองไทย ไม่ค่อยจะเป็นอาชีพที่ทำรายได้เลี้ยงชีพได้ จนความรู้สึกต่างๆ สะท้อนไปสู่โรงเรียน ไปสู่ระดับผู้นำของชาติ ไปสู่ผู้เขียนหลักสูตร ในการเข้าเรียนในสถานศึกษาต่างๆ ต่างก็ลดความสำคัญ ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย กำกับไว้ 5 วิชาหลัก คือ วิท คณิต อังกฤษ สังคม ไทย และแล้ววิชาอื่นๆก็หมดความหมาย เมื่อไม่ใช้ในการสอบเรียนต่อ ไม่แข่งขัน ไม่สนับสนุน มันก็เป็นแค่...คนดีดกีต้าร์ข้างถนนเปิดหมวกขอทาน คนวาดภาพ ก็วาดให้เด็กดู...คนที่มีพรสวรรค์ด้านนี้ก็ดูตัวเองด้อยค่า พลอยทิ้งรายวิชาไปสู่วิชาอื่นๆที่เขาให้ความสำคัญกัน...ถามว่าเสียดายไหม ที่ศิลปะไทยกำลังจะหมดความสำคัญ ตอบว่าเสียดายมาก เพราะผมก็เรียนจบทางวิชาศิลปะศึกษามา เสียดายมากๆ หากมีการรวมพลสร้างสรร ขึ้นมาอีกก็ขอร่วมสนับสนุนครับ soonyongsatio205@hotmail.com

ที่มา:

soonyongsatio2000@yahoo.com
  • 2 ปี ผ่านไป
เรตติ้งจากผู้ถาม:
5 จากทั้งหมด 5 คะแนนเต็ม
ความคิดเห็นจากเจ้าของคำถาม
ไม่รู้ว่าคำตอบที่ดีที่สุดควรจะเป็นอะไร แต่คำตอบที่ผมชอบที่สุดคือคำตอบของคุณ soonyong s ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับประเด็นที่ว่า “งานศิลปะในเมืองไทยไม่ก่อให้เกิดรายได้” ... อ่านต่อได้ที่http://blog.360.yahoo.com/blog-TnKtvLooRKeLIjfcKhA9u12FO_ArE8Cd?p=444
<a href="http://www.karaoke-machines.info">karaokelink</a>

แจ้งลบ

คำตอบอื่นๆ (1 - 30 จาก 40)

  • space lord by space lord
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    12 ตุลาคม 2007
    คะแนนรวม:
    4125 (ระดับ 4)
    ไม่ทุกคนหรอกน่านะคะ
    คนไทยส่วนใหญ่ชอบหยุดดูและชอบศิลปจะตาย
    แต่รัฐให้ความสนใจแค่ไหนที่จะให้คนไทยดื่มด่ำกับ
    ศิลปะ เห็นบอกว่างบประมาณมีความจำเป็นต้องใช้ทำอย่างอื่นมากกว่า
    แม้ในมหาวิทยาลัย วิชาที่ว่าด้วยสุนทรียศาสตร์ ก็ให้ใครสอนก็ไม่รู้ ส่วนมากจะเป็นอาจารย์ที่ขายตรง(เขาเรียกว่าครูแอมเ....)สอนเสียมากกว่า
    การกล่อมเกลาจิตใจคนรับรู้ความงามทางศิลปะมันไม่ได้เกิดจากพุทธิปัญญาของปัจเจก
    อย่างเดียว ต้องมีการโน้มน้าวด้วย
    แม้แต่พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะ คนที่จะมาเป็นนายกคนใหม่ท่านยังไม่เห็นด้วยเลย
    อย่าโกรธคนไทยเลยนะ ในสันดานคนไทยไม่ถึงกับเป็นคนชอบกลนัก
    เหมือนดนตรีคลาสสิคนั่นแหละ คนชั้นสูงชอบเอาไปเป็นสมบัติส่วนต้ว
    พอคนเล็กๆอย่างผมอยากจะดื่มด่ำบ้าง เห็นเขาทำหน้าราวกับว่า คนชั้นจันฑาลอย่างคุณไม่น่าจะฟังได้นะ






    • 2 ปี ผ่านไป
  • aodto by aodto
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    12 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    243 (ระดับ 1)
    เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่1ครับ ขึ้นอยู่กับความสุนทรีส่วนบุคคลมากกว่า โดยส่วนตัวผมว่าชาติเรามีนักศิลปะที่มีฝีมือหลายคนนะครับ และเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติด้วย
    • 2 ปี ผ่านไป
  • Iอ้ตัวดี กะ แมวตัวร้าย by Iอ้ตัวดี กะ แมวตัวร้าย
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    03 ธันวาคม 2007
    คะแนนรวม:
    2040 (ระดับ 3)
    น้อยโรงเรียนนักที่จะสนับสนุนเรื่องศิลปะ
    ส่วนใหญ่เน้นแต่วิชาการ คอยมองข้าม
    คิดว่าคนได้ดีทางนี้ต้องเป็นพวกมีพรสววรค์ คนไม่มีพรสวรรค์จะไม่ก้าวหน้า ก็เลยเป็นปัจจัยลบ และศิลปะไม่ได้ส่งผลให้การดำรงชีวิตดีขึ้น อีกทั้งคำพูดที่ว่า " จิตกรไส้แห้ง " ยังส่งผลต่อความนึกคิดของคนอยู่มาก
    เพราะถ้าพูดถึงศิลปะ เราจะนึกถึง จิตกร เป็นอันดับแรก รองลงมาก็จะเป็น นักแสดง

    สมัยเรียนประถม มีวิชา วาดเขียน เรียนตั้งแต่ ป.1 ถึง ป.6 คุณครูคนเดียวกันตลอด มาถึงห้องเรียน เอาสิ่งของมาตั้งเป็นแบบ แล้วให้นักเรียนวาด จากนั้นคุณครูนั่งหลับตลอด จนหมดเวลา นักเรียนเอางานส่งก็ให้คะแนน แต่ไม่มีการแนะนำ จบชั่วโมงแล้วก็จบๆ กันไป
    ซึ่งก็เป็นผลทำให้ เราไม่ค่อยสนใจวิชานี้เท่าไหร่ จนทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้เรื่องหลักการระบายสีน้ำเลย เพราะตอนเรียนมีใช้สีน้ำด้วย (ยังดีที่ยังรู้จักแม่สีนะเนี่ย)

    การเชื่อมโยงศิลปะกับชีวิต ในความคิดของเรา เป็นการเชื่อมโยงแบบทางอ้อมซึ่ง คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่า นั้นคือ ศิลปะอย่างหนึ่ง
    เช่น สินค้าชนิดหนึ่ง ต้องมีการใช้ศิลปะในการทำ โฆษณา ออกแบบบรรจุภัณฑ์ การหีบห่อ การวางแผนการตลาด ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของศิลปะ การจัดห้อง แต่งห้อง ก็เป็นศิลปะ

    ที่มา : ความคิดเราเอง
    • 2 ปี ผ่านไป
  • something by somethin...
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    13 กันยายน 2007
    คะแนนรวม:
    17532 (ระดับ 6)
    ศิลปะในแบบที่คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวและเข้าใจยาก คิดว่าคือศิลปะที่คนกลุ่มหนึ่ง ได้กำหนดขึ้นมาแล้วสืบทอดต่อกันมา มีความเข้าใจในแบบที่กลุ่มตนกำหนดขึ้นมา แล้วประกาศก้องโลกว่า นี่แหละคือรูปแบบศิลปะ ถ้าใครคิดว่าตนมีศิลปะต้องชื่นชม ชื่นชอบ และหลงใหล
    ซึ่งในความคิดของตัวเอง คิดว่าศิลปะมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง อยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนกับเป็นธรรมชาติ การที่คนเรามีเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็เป็นศิลปะ การทำอาหารหลากหลายประเภทก็เป็นศิลปะ คิดว่าศิลปะคือทุกสิ่งทุกอย่าง ที่มนุษย์พึงมีพึงเป็น
    • 2 ปี ผ่านไป
  • DayDreamer by DayDream...
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    22 พฤศจิกายน 2006
    คะแนนรวม:
    9136 (ระดับ 5)
    เหตุผลที่คนไทยหลายคน (ผมไม่กล้าบอกว่าส่วนใหญ่หรือเปล่า) คิดว่าศิลปะมักจะไกลตัวเพราะสองสาเหตุครับ คือความยากจน กับศิลปะต่างหากที่ทำตัวห่างเหินประชาชน

    1. ปัญหาความยากจน
    สภาพสังคมไทยยังคงจมอยู่ในภาวะความยากจนแร้นแค้น เราเป็นประเทศที่โตแบบ "หัวโตตัวลีบ" กล่าวคือโตเฉพาะเมืองใหญ่ๆ กรุงเทพฯ ขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลา ฯลฯ แต่จังหวัดส่วนใหญ่ก็ยังเป็นส่วนที่ 'ลีบ' คนยังต้องหาเช้ากินค่ำอยู่เยอะ ชีวิตมองไปไกลกว่า 5 เมตรไม่ได้ครับ มันไม่ไหว วันนี้ต้องหาข้าวกินก่อน ไม่มีเวลาสลักผลไม้ก่อนกินแน่นอน

    ที่ผมคิดคือท้องไม่อิ่ม มันไม่มีอารมณ์คิดถึงศิลปะครับ จะสังเกตได้ว่าในอดีต ศิลปะจะรุ่งเรืองได้เมื่อประชาชนกินดีอยู่ดี เขาถึงจะมีเรี่ยวแรงรังสรรค์งานดีๆ

    บางคนอาจจะเถียงว่าไม่จริงหรอก เพลงบลูส์ที่มีที่มาจากความแร้นแค้นของคนผิวดำยุคที่เป็นทาสในอเมริกา ยุคนั้นคนดำจนจะตาย ทำไมถึงรุ่งเรืองได้ ไม่น่าจะเกี่ยวกับปากท้อง หรือแม้แต่ในเมืองไทยก็มีศิลปะที่มาจากวัฒนธรรมความจนเช่นกัน อย่างเช่น เพลงวณิพก อย่างเพลงขอทานของยายสำอาง ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นี่ก็เป็นศิลปะ แต่ทำไมมันเป็นที่รู้จักของคนหลายๆ คน

    แต่ผมก็ยังยืนยันว่าเหตุผลที่คนมองว่ามันไกลตัวและเข้าใจยากเป็นเพราะเขายังต้องให้ความสำคัญกับปากท้องก่อน เรื่องศิลปะนั้นเขาคงต้องจัดลำดับความสำคัญลงมา อาจจะเหลือแค่การตกแต่งห้องให้สะอาดเรียบร้อย และเก๋ไก๋ แต่อาจจะไม่ถึงขั้นสามารถเดินไปดูภาพวาดที่สวยๆ ในแกลเลอรี่ได้

    2. ศิลปะทำตัวห่างเหินประชาชน
    เหตุผลอีกข้อหนึ่งคือ ศิลปะสมควรได้รับการปลูกฝังลงในจิตใจของเด็กๆ จากการศึกษาให้เขามองเห็นโลกในแง่งาม มองโลกด้วยความสวยงาม แม้ว่าโลกใบนี้จะเป็นสีเทา แต่สีขาวนั้นยังมีในสีดำ เราต้องอยู่ด้วยกันให้ได้... ดังนั้นการที่จะทำให้ศิลปะในเมืองไทยที่มักจะจำกัดอยู่กับคนในวงจำกัด หรือคนที่สนใจอย่างจริงจัง ก็น่าจะปรับให้ศิลปะมาอยู่ใกล้ตัวประชาชนมากขึ้น โดยการปลูกฝังผ่านทางการสถาบันต่างๆ ของสังคมเช่นการศึกษา ที่แนะนำว่าควรจะเสพงานศิลป์อย่างไร เราจะใช้ใจสัมผัสศิลปะได้อย่างไร แล้วเราจะนำศิลปะมาใช้กับชีวิตได้อย่างไร ให้ศิลปะอยู่แวดล้อมชีวิตของคนให้มากขึ้น เพื่อให้คนมีสุนทรียภาพมากขึ้น เช่น การออกแบบตึกที่สวยงาม การออกแบบของใช้ที่คำนึงถึงดีไซน์และสรีระร่างกายมากขึ้น
    • 2 ปี ผ่านไป
  • miMi AnTodiNi by miMi AnTodiNi
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    12 ตุลาคม 2007
    คะแนนรวม:
    11402 (ระดับ 6)
    เพราะเราไม่ใด้เริ่มกันมาตั้งแต่ต้น เราไม่ใด้เรียนรู้จากรากเหง้าที่แท้จริงของคำว่าศิลปะทั้งที่มันมีอยู่ในตัวเราทุกคน วิชาศิลปะตอนเด็กๆครูจะบอกว่าวิชาวาดรูปคำว่าวาดรูปศิลปะเพิ่งมีการถ่ายทอดอย่างเป็นรูปธรรมกับเด็กๆตามชนบทก็เมื่อมีอาจารย์สังคม ทองมีที่ใด้สอนการถ่ายทอดทางอารมณ์และจิตใจจึงจะกลายมาเป็นภาพหรืออื่นๆที่เป็นศิลปะ
    ศิลปะและความเชื่อมโยงกับชีวิตของเรา ในแง่ของการผลิตถูกบังคับด้วยจารีตหรือค่านิยมที่สืบกันมาว่าการทำอะไรใหม่ๆผิดแปลกไปจากเดิมเป็นเรื่องผิดหรือถูกเหยาะหยันหรือไม่ก็ถูกต่อต้านเช่น ภาพภิกษุสันดานกาเป็นต้น แล้วรูปปั้นท่านเดวิดยืนเปลือยเปล่าผ่านร้อนผ่านหนาวมากี่ทศวรรษให้คนทั้งหลายใด้ชื่นชมในความงดงาม เรามองในแง่ความสร้างสรรค์แล้วไม่แตกต่างกันเลยที่เป็นศิลป์เราส่วนใหญ่ถูกปลูกฝังว่าผิด-ถูกหรือขาว-ดำเท่านั้นเป็นคำสั่งที่เริ่มจากที่บ้านและลามมาถึงโรงเรียนและเตลิดถึงเมื่อทำงานเช่น พ่อสั่งห้ามทำเข้าใจใหม, เอ้านักเรียนให้กาผิดหรือถูกนะ,ผมเป็นหัวหน้าคุณนะทำตามที่ผมสั่งแล้วกัน,ผมคิดว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้คือตัวปลูกฝังและทำลายจินตนาการให้วิบัติติตต่อและยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น เหมือนกับเราถ้ามีลูกแล้วพาลูกเข้าวัดทำบุญบ่อยๆลูกโตมามีครอบครัวก็จะพาครอบครัวไปวัดเช่นกัน
    ศิลปะไม่ใด้หมายถึงเงินตราหรือค่างวดใดๆ การสะสมงานศิลปะต่างๆทีมีราคาแสนแพงเพื่อให้ ตัวเองหลุดเข้าไปถึงศิลปะทางลัด เพราะความที่ตนเองขาดสุนทรียสัมผัสจึงต้องซื้อเพื่อให้ใด้การยอมรับจากสังคมว่าเป็นผู้ใด้ชื่อว่าผู้ที่เจริญแล้วจิตใจเปี่ยมด้วยศิลปะ ถามว่ามีแล้วเคยพิเคราะห์ดูหรือสัมผัสหรือไม่ว่ามันหมายถึงอะไร เห็นแล้วอบอุ่น มีความคึกค้กหรือปลงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าหรือไม่ เราส่วนใหญ่แล้วมองผ่านๆแล้วแค่รู้ว่าแพง(จินตนาการถึงเงินจนใด้)ครับกลายเป็นยุคเสพวัตถุนิยมไปแล้ว ส่วนตัวผมคงโชคดีกว่าหลายๆคนทีมีความอ่อนใหวในอารมณ์เวลาเห็นเด็กตัวเล็กๆรำไทยตามงานต่างๆน้ำตาจะใหลซึมและมีความสุขครับ
    • 2 ปี ผ่านไป
  • Joey07 by Joey07
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    21 สิงหาคม 2007
    คะแนนรวม:
    5312 (ระดับ 5)
    เนื่องจาก วีถีชีวิต วัฒนธรรม และศิลปของไทย ถูกลืม หรือไม่ให้ ความสำคัญ เรารับแต่ วีถีชีวิต วัฒนธรรม และศิลปของต่างชาติมา มากเกินไป ทำให้ วีถีชีวิต วัฒนธรรม และศิลปของเราหายไป และ
    ไม่มีตัวตน ถ้าเราสามารถดำรงค์ วีถีชีวิต วัฒนธรรม และศิลป ของเราได้เอง สนับสนุน ชื่นชมศิลปของเราเอง จะเป็นอะไรที่ น่าภูมิใจ มากกว่า

    ที่มา:

    ศิลปะ เป็น ภาษาสากลของชาวโลก
    ศิลปะ เป็น การแสดงออกถึงความละเมียด และ ปราณีต
    ศิลปะ เป็น อะไรก็ได้..ที่คุณอยากให้เป็น
    แต่.....ถ้าโลกไร้ศิลปะ
    โลกนี้ ก็ไร้วิญญาณ
    โลกนี้ ก็ไร้ตัวตน
    และ....ไร้ชีวิต
    โปรด ดื่มด่ำศิลปะอย่างมีความสุขตามวิถีของคุณ
    โปรด ดื่มด่ำศิลปะโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่อง Time & Space
    โปรด ดื่มด่ำศิลปะเพื่อให้ชีวิตของคุณ..เต็มเปี่ยมด้วยความรัก
    • 2 ปี ผ่านไป
  • +++Jknow+++ by +++Jknow...
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    10 ธันวาคม 2007
    คะแนนรวม:
    2611 (ระดับ 4)
    เพราะ ศิลปะบ้านเรา มันคลุมเครือ ครับ

    ออก เทป สัก ม้วน ก็เป็น ศิลปิน

    ทำตัว ประหลาดๆ ก็เป้น พวก ART

    ทีวี ก็เล่นแต่ข่าวศิลปิน เพี้ยนๆ

    เลย ทำให้ มุมมอง ต่อศิลปะ ลดค่าลงไป นะครับ
    • 2 ปี ผ่านไป
  • PeG by PeG
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    01 สิงหาคม 2007
    คะแนนรวม:
    1650 (ระดับ 3)
    เพราะคนไทยบางส่วนที่คุณว่ามามีความคิดที่แคบบวกกับเป็นพวกที่ยึดติดกับความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติค่ะ แต่ไม่ทุกคนค่ะ อีกอย่างค่าจำกัดความ ศิลปะ ของคนไทย บางคนอาจคิดว่าเป็นงานวาดเขียนหรือทำของสวย ๆงาม ๆ อย่างเดียวก็ได้ ลองคิดดูนะคะ ก็คล้าย ๆ กับฝรั่งที่หาว่าเรื่อง ผีสางนางไม้ ความเชื่อต่าง ๆที่คนไทยเรานับถือกันหนักหนา เป็นเรื่องเหลวไหลแหล่ะค่ะ อีกอย่างศิลปะชนชาติไทย เป็นสิ่งที่คนไทยคิดว่าค่อนข้างไกลตัว หาดูยาก เข้าใจยาก เช่น ภาพวาดที่วัดพระแก้ว น้อยคนนักที่จะเข้าใจว่าเกี่ยวกับอะไร ตอนเด็ก ๆ ดิฉันไปดูก็คิดเหมือนกันแหล่ะค่ะ ภาพอะไรก็ไม่รู้ ตอนโตถึงได้เข้าใจ
    แต่อันที่จริงศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามาก ทั้งของใช้ทุกอย่าง ล้วนแต่มีศิลปะหมด เพราะเค้าไม่ได้ผลิตขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานได้อย่างเดียวเท่านั้น แต่มีสีสันดึงดูดให้คนใช้สนใจด้วย ของทุกอย่างแหล่ะค่ะ
    สรุปแล้วในความคิดของดิฉัน คนไทยอาจจะไม่ค่อยยึดติดกับคำว่าศิลปะเท่าไหร่ แต่อาจยึดติดกับความเชื่อมากกว่า ดูดี ๆคนไทยนั้นจริง ๆแล้วซึมซับศิลปะได้ง่ายมาก เพราะแท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมาก แต่เราขาดการสนับสนุนและการปลูกฝังค่ะ
    • 2 ปี ผ่านไป
  • mataba by mataba
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    18 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    193 (ระดับ 1)
    โดยส่วนตัวผมว่า ที่ศิลปะดูไกลห่างจากคนไทยส่วนหนึ่งก็เพราะตัวศิลปินเองด้วยแหละครับที่ทำตัวดูไกลห่างกับประชาชนมาก (ผมว่าปัจจุบันยังดีหน่อย ศิลปินบางคนเข้าไกลผู้ชมมาก ทำให้งานดูจับต้องได้และถึงกัน) ถ้าถามว่า คนไทยนึงคนจะเดินเข้าไปงานแสดงศิลปะแล้วจะได้อะไร ศิลปินพยายามให้คนที่ไม่เข้าใจงานเขาได้ง่าย ๆ เข้าใจมันหรือเปล่า หรือศิลปินก็ดูถูกความโง่เขลาของคน ๆ นั้น จนบางทีศิลปินก็มีความปักเจกจนเกินไปจนบางทีผมเองและคนหลาย ๆ คนก็อยากจะเข้าใจว่า พวกเขาเข้าใจศิลปะจริง ๆ หรือเปล่า
    • 2 ปี ผ่านไป
  • doowopdoobobb by doowopdo...
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    18 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    103 (ระดับ 1)
    "แค่ตัวฉันก็มีเรื่องราวมากมาย วุ่นวายอยู่แล้ว"
    • 2 ปี ผ่านไป
  • dave the fish by dave the fish
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    25 เมษายน 2006
    คะแนนรวม:
    5960 (ระดับ 5)
    เพราะไม่ได้รับการเรียนการสอนมาอย่างถูกต้องตั้งแต่เด็กๆครับ ในโรงเรียนชั่วโมงศิลป ครูเอาอะไรไม่รู้มาตั้งให้วาด ทั้งปีทั้งชาติ แล้วครูก็ไปนั่งทำงานของตัวเอง ครูศิลปก็ได้รับการจัดลำดับต่ำสุดในโรงเรียน ต่ำกว่าครูพละ โอกาสที่จะทำผลงานโดยพานักเรียนไปเข้าประกวดทำรางวัลและชื่อเสียงก็มีน้อยมาก ความเรื่อยเปื่อยของระบบที่ว่านี้มีผลต่อกำลังใจและความตคิดทางศิลปของคนไทยมากครับ มาเรียนตอนโตมันก็ไม่ไหว ไม่เข้ากัน เพราะมีอะไรอีกในชีวิตที่ต้องทำ ตกลงศิลปก็ต้องรั้งท้ายต่อไปอีก ไม่สมกับความทุ่มเท ของคุณครูศิลป์ ที่มีให้กับคนไทยเลยครับ
    • 2 ปี ผ่านไป
  • catone by catone
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    18 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    103 (ระดับ 1)
    เพราะการศึกษาในรูปแบบโรงเรียน ไม่ให้ความสำคัญกับศิลปะเท่าที่ควร คนที่สนใจเองโดยผ่านสิ่งแวดล้อมอื่นอยู่แล้วเท่านั้นที่จะขวนขวายหาความรู้ด้านนี้เพิ่มเติม ส่วนคนอื่นๆที่ไม่สนใจมาก่อนโรงเรียนก็ไม่เอาใจใส่ในการเขียนแผนการสอน ศิลปะจึงเป็นเรื่อง เข้าใจยาก
    แล้วทีนี้ เวลาเดินห้างสรรพสินค้าเห็นของสวยๆก็ชอบ เวลาดูหนังฝรั่งแล้วบอกว่าภาพงาม ก็ไม่มีความคิดที่จะเอามาเชื่อมโยงกับพื้นฐานศิลปะแต่อย่างใด

    สรุป ฟันธง! ระบบการศึกษาและการปลูกฝังค่านิยม
    • 2 ปี ผ่านไป
  • joee by joee
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    20 ธันวาคม 2007
    คะแนนรวม:
    181 (ระดับ 1)
    มันเป็นเรื่องของพื้นฐานความเข้าใจของแต่ละคนครับการศึกษาด้วยส่วนหนึ่งครับ.....โดยรวมก็คงต้องเปลี่ยนทัศนคติที่ผู้ใหญ่ก่อนครับ....เพราะผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างและสามารถชี้นำ..ส่งเสริมเยาวชน....ขอยกตัวอย่างผู้ใหญ่ในบ้านเมืองท่านหนึ่งครับ...ช่วงที่ท่านเป็นผู้ว่า กทม.ท่านได้ล้มโครงการหอศิลปแห่งกรุงเทพฯเฉลิมพระเกียรติที่อยู่สี่แยกปทุมวันโดยโครงการริเริ่มโดยผู้ว่าคนก่อน....และได้ดำเนินการมาถึงขั้นตอนที่ได้แบบพร้อมที่จะก่อสร้าง...แต่ท่านหมดวาระชะก่อน...ผู้ว่าท่านนี้มีเหตุผลในการล้มโครงการว่าที่ตรงนี้สร้างที่จอดรถดีกว่าสร้างหอศิลป์...โอ้วคิดได้ไง......งง........จนคนรักศิลปะต้องออกมาประท้วงอยู่นาน...หลังจากท่านหมดวาระไป(ซะได้ก็ดี)ท่านก็มีคดีทุจริตโครงการจัดซื้อ...ติดตัวมาด้วย.......ไงหล่ะ.......แต่โชคดีที่บ้านเราก็ยังมีผู้ว่าฯคนปัจจุบัญที่มีวิสัยทัศน์รื้อฟื้นโครงการนี้จนใกล้จะได้ใช้กันแล้วครับ.....นี่คือผู้นำที่มีวิสัยทัศแบบนี้มีความคิดแบบนี้..แล้วแบบนี้เราหวังจะพัฒนาจิตใจเยาวชนและคนในประเทศนี้ได้ยังไง.....แล้วมันน่าเศร้าไปกว่านี้เมื่อได้รู้ว่าผู้ใหญ่ท่านนี้กำลังได้เป็น.............นายกของเรา.......โอ้พระเจ้า.........โชคดีประเทศไทย...............
    • 2 ปี ผ่านไป
  • กองกอย by กองกอย
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    22 พฤศจิกายน 2007
    คะแนนรวม:
    503 (ระดับ 2)
    ศิลปะ มาคู่กับ "จินตนาการ" ไม่ใช่หรือ
    หากจะถามว่าคนไทย ไม่มีจินตนาการใช่ไหม ผมคงไม่แปลกใจนัก

    ถ้าย้อนกลับไปในสังคมก่อนยุคการมีไฟฟฟ้าใช้
    ดนตรีแบบวงซิมโฟนีแถบตะวันตก มักเกี่ยวกับฤดูอบอุ่น
    ต้อนรับการมาของ Summer ถึงแม้จะหนาว แต่การ
    ได้"จินตนาการ" ดวงอาทิตย์คงจะแทนความอบอุ่นได้ไม่น้อย

    และจินตนาการนี้ใช่หรือที่เป็นฐานให้กับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ
    ตามมา มากมาก

    ฟันธง ครับ คนไทย เชื่อมโยงจินตนาการกับชีวิตได้น้อย
    ฟันอีกหนึ่งธง คนไทย มีกรอบครอบเยอะมาก
    ฟันอีกซักธง..คนไทยมีจินตนาการเดียว คือ ขอให้รวย
    ฟัน..ต่อไม่ได้แล้ว ถูกชก ฟันหักไปแล้ว

    โชคดี
    • 2 ปี ผ่านไป
  • extacy by extacy
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    18 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    103 (ระดับ 1)
    มีคนเคยพูดไว้ว่า มนุษย์เราจะหันมาสนใจศิลปะ จริยธรรม ศาสนา ก็ต่อเมื่อเรามีความเป็นอยู่ที่ดี แต่ไม่ได้หมายถึงเรามีเงินทอง บ้านเรือนหลังใหญ่ หากแต่เป็นการที่เรามีเสถียรภาพในการดำรงชีวิต มีความปลอดภัยและมั่งคง เมื่อนั้นเราก็จะหันมาสนใจกับศิลปะ แล้วก็จะค่อยๆซึมซับ เรียนรู้ถึงคุณค่าความดีความงามเหล่านั้น แต่จากในปัจจุบันนี้ มันคงจะบอกอะไรได้หลายๆอย่าง ว่าทำไมเราถึงไปในจุดนั้นไม่ได้

    ที่มา:

    หนังสือเล่มหนึ่งเป็นบทบรรณาธิการ ที่จำไม่ได้แล้วว่ามาจากหนังสืออะไร
    • 2 ปี ผ่านไป
  • noin@ by noin@
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    09 พฤศจิกายน 2007
    คะแนนรวม:
    3103 (ระดับ 4)
    ไม่ได้อยู่ในวงการศิลปะแต่ก็เสพงานศิลป์ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด งานเขียน ดนตรี การละเล่น อาคารสถานที่และอื่นๆ งานที่บางครั้งเมื่อมีคนพูดถึงมักจะมองเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งๆ ที่รอบๆตัวเรานั่นแหละ คือ "ศิลปะ" ศิลปะในการคิด ศิลปะในการมอง ศิลปะในการเห็น ศิลปะในการฟัง ศิลปะในการพูด ศิลปะในการบันทึก และศิลปะในการ .... อีกมากมาย ถ้าเราสามารถออกแบบได้อย่างลงตัว ศิลปะเหล่านั้น ก็จะดำเนินไปได้อย่างสวยงามด้วยตัวของมันเองในที่สุด

    จากบทความ ...สมองซีกซ้ายและซีกขวาสำคัญอย่างไร"

    มนุษย์ให้ความสนใจเรื่องสมองมานานแล้ว ย้อนไปเมื่อสมัยไฮโปรเครติส(Hippocrates) ปราชญ์ชาวกรีกได้สังเกตว่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บตรงศีรษะซีกขวาจะมี ปัญหาในการควบคุมอวัยวะซีกซ้ายของร่างกาย และกลับกันถ้าผู้ที่ศีรษะซีกซ้ายได้รับบาดเจ็บ จะมีปัญหาในการควบคุมอวัยวะซีกขวา

    ต่อมาในปีค.ศ. 1972นายแพทย์โรเจอร์ สเปอร์ (Dr. Roger Sperry) ศัลยแพทย์ทางประสาท จากสถาบันเทคโนโลยี แห่งแคลิฟอเนีย ได้รับรางวัลโนเบลจากการศึกษาทดลองทางด้านสมองทั้งสองซีก ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจว่าสมองทั้งสองซีกจะมีความถนัดในเรื่องต่างๆแตกต่างกัน คือ

    สมองทางซีกซ้ายจะมีศักยภาพเกี่ยวกับภาษา การฟัง ความจำการวิเคราะห์ เหตุผล การจัดอันดับ การคิดคำนวณ สัญลักษณ์ เหตุผลเชิงตรรกและวิทยาศาสตร์

    ส่วนสมองซีกขวาจะมีศักยภาพเกี่ยวกับจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์ ความรู้สึกรับรู้ภาพรวม การรับรู้ทางประสาทสัมผัส ศิลปะ สุนทรี รูปทรง รูปแบบ สี ดนตรี มิติสัมพันธ์และการเคลื่อนไหว

    จะเห็นได้ว่าถ้าเราต้องการมีจินตนาการก็ต้องใช้สมองซีกขวาบ้างแต่ที่คนส่วนใหญ่ มักขาดการเชื่อมโยงศิลปะ ก็น่าจะมาจาก ช่วงชีวิตที่ ขาดจินตนาการ ที่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบข้อบังคับ ที่รายรอบมากเกินไป จนไม่อยากจะคิดหรือฝัน .... ในคำว่าศิลปะ จนบางครั้งผู้ที่หลงใหลในศิลปะนั้นๆ จำต้องไปอยู่ในโลกของศิลปะแต่เพียงผู้เดียว ... หรือกลายเป็นเหมือนอยู่คนละโลก

    การที่เราจะดึงศิลปะ เข้ามาให้เป็นชีวิตประจำวัน ก็น่าจะเริ่มจากวัยเด็ก ปล่อยให้เค้าได้มีจินตนาการบ้าง ไม่ไปบังคับตลอดเวลาว่า ต้องเป็นอย่างโน้น หรือต้องเป็นอย่างนี้ ต้องเดินแบบนี้น่ะ ไม่งั้น โตขึ้นแล้วจะลำบาก จนบางครั้งทำให้เกิด"ความขัดแย้งขึ้นในตนเอง" ได้ แล้วเป็นไงหล่ะ ในที่สุดเมื่อใจเรียกร้องมากเข้า ก็จะหลุดออกไปทำตามที่ใจต้องการ ...

    ถ้าจะพูดง่ายๆ ก็น่าจะมาจาก"ความคาดหวังที่เกินจริง" ของผู้ที่คิดว่ามอบความรักให้ แต่อาจจะลืมไปว่า เป็นการทำให้ศิลปะไกลตัวเราออกไปทุกที .... แต่ในที่สุด "ศิลปะ"ก็เป็นเงาที่เฝ้าตามติด และติดตามตัวเราไปตลอดเวลา ... ลองมองดูสิ....

    ที่มา:

    • 2 ปี ผ่านไป
  • Nเอที by Nเอที
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    19 มีนาคม 2007
    คะแนนรวม:
    45093 (ระดับ 7)
    คนที่มีศิลปะในดวงใจนั้นมี 2 ประเภท
    ประเภทแรก คนที่รักศิลปะมาแต่เล็กแต่น้อย
    ประเภทที่สอง คนที่ชอบงานศิลปะ แต่ตัวเองไม่เก่งศิลปะ จึงได้แต่ชื่นชอบเฉยๆ

    คนประเภทแรก ตั้งแต่เด็กๆจะชอบงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะมากค่ะ เช่น ชอบวาดรูป ตัวเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบมาแต่เด็ก วิชาศิลปะมักจะได้คะแนนดีเสมอ เวลาทำได้ดีครูก็จะชม ให้คะแนนเยอะ มันก็ทำให้ดีใจ ภูมิใจ ซึบซับเอาศิลปะไว้ในจิตวิญญาณมากกว่าเด็กที่ไม่ชอบศิลปะค่ะ คนที่ชอบ ต่อให้ไม่มีคนสอน เขาก็จะขีดเขียนวาดไปเอง ขวนขวายหาที่เรียนบ้าง เรียนรู้เองบ้างค่ะ ถึงครูจะไม่สนใจก็ตาม และแม้ว่าครูสอนศิลปะจะเก่งก็ไม่อาจทำให้เด็กทุกคนรักงานศิลปะได้เท่าเทียมกันค่ะ คิดว่ามาจากความชอบของใครของมันมากกว่าเป็นอันดับแรก การเรียนรู้งานศิลปะของแต่ละคน ทำให้เกิดการชอบที่ต่างกัน กลายเป็นศิลปะแขนงต่างๆมากมาย คนกลุ่มนี้จะมองศิลปะมาจากเส้น รูปทรง แสงเงา มองออกมาเป็น 3 มิติ หรือแบบต่างๆในงานแขนงอื่นๆ ตั้งแต่แรกเริ่ม ทำให้เข้าใจและสามารถเชื่อมโยงศิลปะเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายค่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆบ้านของสถาปนิก ย่อมที่จะดึงเอางานศิลปะมาสร้างบ้านที่ไม่เหมือนคนทั่วไปค่ะ สถาปนิกสามารถกำหนดและสร้างสรรค์ศิลปะทางด้านอาคารบ้านเรือน จิตรกรก็วาดรูปที่คนที่ชื่นชอบสามารถซื้อนำไปประดับบ้านได้ คนกลุ่มแรกจึงเป็นเหมือนกลไกเริ่มต้นที่จะทำให้ศิลปะเข้าไปในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปได้ ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนมากขึ้น ศิลปะก็จะเข้าถึงคนทั่วไปมากไปตามลำดับค่ะ

    ที่ศิลปะเป็นเรื่องไกลตัวและเข้าใจยากก็เพราะเป็นกลุ่มคนประเภทที่สองค่ะ สังเกตได้ว่าเด็กที่ไม่ชอบศิลปะ จะไม่ชอบวิชานี้ ทำคะแนนได้ไม่ดี และถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนให้รักชอบ เขาก็จะคิดว่างานศิลปะมันไม่เหมาะกับตัวเขา บางคนกลายเป็นเกลียดก็มี ให้ดูให้ชมได้ แต่ถ้าจะให้ซาบซึ้งเหมือนกลุ่มแรกคงไม่เหมือนกันค่ะ

    การกระตุ้นให้รักในศิลปะ สามารถทำให้คนที่สนใจน้อยหรือไม่สนใจกลับมารักศิลปะได้ การสนับสนุนงานศิลปะที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะทำให้ศิลปะเข้าถึงคนทั่วไปให้ซึบซับศิลปะและนำศิลปะไปใช้ในชีวิตได้มากขึ้นค่ะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมที่จะเปิดใจรับศิลปะของตัวบุคคล ปัจจัยด้านการเงินก็มีส่วน และที่สำคัญการสนับสนุนจากทุกหน่วยงานของรัฐและเอกชน สามารถทำให้เกิดการตื่นตัวของงานศิลปะ สามารถทำให้เกิดการสร้างสรรค์งานศิลปะให้มากขึ้นได้แน่นอนค่ะ
    • 2 ปี ผ่านไป
  • ตาเฉิ่ม by ตาเฉิ่ม
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    09 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    1143 (ระดับ 3)
    คำถามน่าสนใจดีครับ
    แต่ผมว่าคนไทยมี "ศิลปะและเลือดศิลปิน" อยู่ในตัวตนมาตั้งแต่อยู่ในท้องคุณแม่แล้วแหละครับ เพียงแต่เมื่อมีการพูดถึงคำว่า"ศิลปะ" คนไทยที่ไม่ได้รับการเรียนรู้(ไม่ว่าในหรือนอกระบบการศึกษา)จะไม่เข้าใจครับ ทั้งๆที่ เค้ามีติดตัวมาพร้อมๆกับสมบัติชิ้นเดียวที่แม่ให้มาทีเดียว(ชีวิต) โดยพื้นฐานคนไทยเป็น คนที่มีความสุนทรีย์ในอารมณ์มากครับ สังเกตุได้จากทุกเหตุการณ์ ไม่ว่าจะ ดีใจ เสียใจ หรือแม้แต่อารมณ์ประท้วง ประเทศอื่นเมืองอื่นไม่มีครับแบบนี้ จนเค้าเอาไปแต่งเป็นเพลงล้อเลียนกันให้ฮาๆมากมายครับ
    ส่วนที่ว่าไม่เชื่อมโยงนะผมเห็นว่าคงเป็นอย่างในกรณีแรกครับ คือ ความเข้าใจที่แตกต่างของคนมากกว่า ทั้งๆที่จริงแล้ว "ศิลปะ" คือ "ชีวิต" ครับ เพราะมันเป็นธรรมชาติของคนไทยทีเดียว! เรื่องธรรมดาชิวๆครับ เลยทำให้หลายๆคนคิดและมองว่าเป็นอย่างนั้นครับ
    • 2 ปี ผ่านไป
  • MT & KS by MT & KS
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    18 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    460 (ระดับ 2)
    ไม่มั้งค่ะ ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัว คนไทยก็ใช้ศิลปะกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการพูด ศิลปะการแต่งกายให้ดูดี ศิลปะการทำอาหารให้อร่อยมัดใจสามี ฯลฯ ศิลปะไม่เห็นเป็นเรื่องไกลตัวตรงไหนเลย ตรงข้าม เป็นเรื่องไกล้ตัวสุดๆ คนที่กลัวศิลปะ น่าจะเป็นเพราะไม่เข้าใจในจุดนี้
    • 2 ปี ผ่านไป
  • Hiclasso H by Hiclasso H
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    19 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    104 (ระดับ 1)
    ไม่ใช่คนส่วนใหญ่คิดเช่นนั้น คุณอาจจะคิดกับคนส่วนน้อยเป็นหลัก
    ศิลปะเชื่อมโยงกับชีวิต คุณเห็นเกือบทุกที่ แต่คุณไม่ได้ใส่ใจที่จะคิดกันมากกว่าค่ะ
    คำว่าศิลปะนั้น แม้แต่ตัวของศิลปินเองก็อาจจะตีความหมายไปในหลายแขนงและหลายมุม น้อยคนที่จะตอบได้แน่ชัดว่าคืออะไร
    แต่เราใช้ชีวิตไปในแวดวงของศิลปะทั้งสิ้น
    ไม่ว่าจะเป็นศิลปะสากล หรือศิลปะไทย ก็ล้วนเป็นการผสมผสานของศิลปะ ที่ทำให้เราเข้าใจศิลปะหลากหลายมากขึ้น
    ศิลปะนั้นสวยงาม ขึ้นอยู่กับผู้คิดว่าจะตีความหมายให้อยู่ในแง่คิดไหนมากกว่า ไม่ว่าเรายังอยู่ในโลกนี้หรือจากโลกนี้ไปแล้ว ศิลปะจะไม่มีวันตายไปตามกาลเวลา
    • 2 ปี ผ่านไป
  • Tai Ja by Tai Ja
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    27 กรกฎาคม 2007
    คะแนนรวม:
    178 (ระดับ 1)
    บางคำถามก็ไม่มีคำตอบ คงได้แต่มาคุยกันเฉยๆ
    เพราะคนที่ทำหน้าอี๋ เค้าก็ไม่มาบอกว่าทำไมเค้าอี๋
    แล้วเค้าเป็นคนส่วนใหญ่หรือเปล่า ก็ไม่แน่
    ถ้าจะเหมาว่าคนส่วนใหญ่คิดแบบนั้นคงจะไม่ยุติธรรม
    คนที่เค้าเข้าใจศิลปะในแบบของเค้าแต่เราไม่เห็นด้วยก็น่าจะมี
    เวลาที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับ"ศิลปะ" ไม่เหมือนเรา เค้าก็ไม่ผิดอีกนั่นแหละ
    เจ้าของคำถามมีนิยามของศิลปะแบบนึง คนตอบมีอีกแบบนึง
    จะคิดไปเองว่าคนส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้
    ไม่เห็นเหมือนกับความจริงที่เป็น(บนพื้นฐานที่เจ้าของคำถามตั้งนิยามไว้เอง)
    ก็ออกจะ... แปลก
    ศิลปะ เป็นเรื่องของอะไรบ้าง มันก็แล้วแต่คนคิด
    คนพวกนึงบอกว่า ศิลปะแทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของชีวิต
    อีกพวกนึงอาจบอกว่า ไม่มีอะไรที่แทรกซึมอยู่ในชีวิตนี้หรอก นอกจากธาตุ 4 ดินน้ำลมไฟ แล้วแบบนี้เมื่อไรจะคุยกันรู้เรื่อง
    สรุปว่าไม่มีอะไรที่เป็นคำตอบที่ถูกต้อง
    เอาแค่คนถามพอใจกับคำตอบไหนก็พอแล้วล่ะค่ะ
    • 2 ปี ผ่านไป
  • yod by yod
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    15 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    105 (ระดับ 1)
    คำว่าศิลปะ...ไม่ใช่ว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบหรือเป้นสิ่งไกลตัวก้อตาม ..ตามจริงแล้วศิลปะนั้นอยู่กับคนทุกคนไม่ว่าเราจะทำอะไรล้วนเป้นศิลปะกันทั้งหมด....ศิลปะเป้นสิ่งแรกที่เกิดก่อนใครทั้งหมดในโลกนี้ขนาดโลกยังเป้นศิลปะเลยก็ว่าได้....
    • 2 ปี ผ่านไป
  • nut_themad by nut_them...
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    07 เมษายน 2006
    คะแนนรวม:
    1033 (ระดับ 3)
    เห็นด้วยกับคุณ Nat ครับ แต่ขอเพิ่มเติมนิดหน่อยว่า ภาพของศิลปินที่ถูกถ่ายทอดออกมามันไม่ใช่ภาพจริงครับ กล่าวคือ ศิลปินไม่ได้ตรงมีความคิดสุดโต่งและมีบุคลิกบ้าบอเสมอไป ศิลปินอาจเป็นกลุ่มคนส่วนน้อยแต่ก็ไม่ได้แปลกแยกไปจากสังคมโดยรวม แต่ภาพที่มักถูกสื่อนำเสนอส่วนใหญ่หรือการแสดงออกของตัวศิลปินเองในบางครั้งที่เป็นส่วนน้อยมันทำให้ภาพนิมิตของคนทั่วไปภายนอกคลาดเคลื่อน

    ศิลปะอยู่ใกล้ตัวเรามากมาตั้งแต่มนุษย์ใช้หินมาจุดไฟทำขวานหรือก่อนประวัติศาสตร์เลยด้วยซ้ำ

    ต่างประเทศมีศิลปินทั้งอาชีพและสมัครเล่นเยอะแยะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นคนทั่วไป ไม่ได้ ego จัด ไม่ได้อารมณ์ฉุนเฉียวแปรปรวน ใช้ชีวิตปกติ มีความสุข ง่ายๆ ครับ บางคนยึดเป็นงานอดิเรก บางคนยึดเป็นอาชีพ

    ทีนี้ถ้าเราลองเรียกศิลปะใหม่ว่่า “ดีไซน์” มันจะดูใกล้ตัวมากกว่ามั้ยครับ ที่นี้เข้าใจง่าย ยอมรับง่ายเลย ศิลปินเราก็เลี่ยงไปเรียกให้เจาะจงไปเลย สถาปนิก นักดนตรี นักแสดง ดีไซน์เนอร์
    อาร์ตไดเรคเตอร์ ฯลฯ เห็นมั้ยครับ ใกล้ตัวจะตาย

    สรุปว่าที่คนไทยส่วนใหญ่คิดเช่นนั้นเพราะภาพนิมิตที่ผิดพลาดจากการถูกนำเสนอครับ (เป็นหลัก)

    ที่มา:

    ผมเป็นดีไซน์เนอร์ครับ (ถ้าผมบอกว่าเป็นศิลปิน คงดูแปลกแยกกว่านี้เน้อะ)
    • 2 ปี ผ่านไป
  • vata manan by vata manan
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    09 พฤศจิกายน 2007
    คะแนนรวม:
    192 (ระดับ 1)
    ศิลปะเป็นการสื่อสารประเภทหนึ่ง ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือต้องทำให้ผู้รับสารเข้าใจได้
    ในประเทศไทยศิลปินที่สื่อสารให้คนไทยเข้าใจได้มีไม่กี่คน
    และคนที่ทำได้ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
    ถ้าศิลปินพยายามสื่อสารกับคนไทยแบบคนไทย
    คนไทยก็รับมันได้ดีครับ

    ที่มา:

    *
    • 2 ปี ผ่านไป
  • veranda by veranda
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    19 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    107 (ระดับ 1)
    อันที่จริงคำว่าศิลปะอาจจะเป็นคำมาทีหลัง

    หลังจากที่คนไทยได้ซาบซึ้งในความจริง ความดี และความงาม มาเนิ่นนานแล้ว
    โดยความจริง ความดี และความที่ว่า สะท้อนให้เห็นจากวัฒนธรรมการดำรงชีวิต สถาปัตยกรรม ตลอดจนงานหัตถกรรมพื้นบ้านต่าง ๆ

    ส่วนคำว่า art หรือ ศิลปะ ที่ถูกปฏิเสธ หรือเข้าไม่ถึง อาจเป็นแค่รสนิยม หรือความชมชื่นของคนกลุ่มหนึ่ง ที่อาจวิ่งตาม (ก้น) ใครอยู่ แล้วตั้งแง่รังเกียจคนที่ไม่เห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่ตัวกำลังตามไปด้วย

    เมื่อเกิดการวิพากย์กันขึ้น ก็หาว่าเขาไม่มีศิลปะ เข้าไม่ถึง

    หากย้อนกลับไปย่อหน้าที่ 2 ก็จะรู้ว่าไม่ต้องกล้ว คนไทยมีศิลปะในหัวใจมานานแล้ว
    ...แต่เพียงเพราะเรา (มัว) หลงชื่นชมยอดของศิลปะจากที่อื่น มากกว่าพินิจรากของเราเอง...และช่วยกันต่อยอดในทางที่มันควรเจริญงอกงาม (ซะที) ต่างหาก

    สิ่งที่ควรเป็นศิลปะที่เหมาะสมกับรสนิยมของคนไทยก็เลยแช่แข็ง
    คนชื่นชมก็เป็นได้แค่คนหัวโบราณ...
    • 2 ปี ผ่านไป
  • ปุ้ม by ปุ้ม
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    19 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    106 (ระดับ 1)
    น่าจะเกี่ยวเนื่องจาก วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปตามสมัยของคนไทย ที่แต่ละวันเริ่มเร่งรัด และวิ่งแข่งกับเวลามากขึ้น จึงอาจไม่มีเวลาแม้แต่จะเข้าใกล้ศิลปะ ยกเว้นแต่ บุคคล หรือบุคคลากรที่เกี่ยวข้อง และให้ความสนใจกับเรื่องศิลปะอยู่แล้ว ที่ยังคงนึกถึง และเข้าถึงได้

    และรวมถึง วัฒนะธรรมเรื่องค่านิยม ที่ปลูกฝัง ( อย่างที่ความคิดเห็น ที่ว่าสถาบันที่ให้การสนับสนุนมีน้อย ) จึงทำให้ส่วนใหญ่ สังคมไทยนิยมส่งเสริมค่านิยม ด้านอื่นที่ทำเงินกับอนาคต กับเยาวชนมากกว่า เรื่องศิลปะ

    อย่างเรื่องทุนการศึกษา เชื่อไหมว่า .... ตั้งแต่มัธยมปลายแล้ว โรงเรียน หรือการแนะแนวศึกษาต่อ มักจะมีข่าวสารของทุนด้าน การศึกษาแขนงวิทยาศาสตร์ ซะส่วนมาก เช่น ทุนภูมิพล ทุนสิรินธร ทุนญี่ปุ่น...ฯลฯ ที่นำมาแนะนำการศึกษาให้เด็กไทย
    ข้าพเจ้าเพิ่งรูวันี้เองว่า....มีทุนเกี่ยวกับ ดนตรีคลาสสิค ด้วยเช่นกัน ก็ตอนที่...สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา..ถึงสวรรคาลัย แล้วนี่เอง....

    นั่นอาจเป็นค่านิยมที่นำมาส่งเสริมเยาวชนในวงกว้าง ซึ่งทำให้ไม่รู้เลยว่ามีคนสนับสนุนศิลปะ อย่างจริงจัง....

    ( ถ้ารู้ซะตั้งแต่ยังละอ่อน คงจะหาโอกาสไปสอบกะเขาบ้าง ^^ )
    • 2 ปี ผ่านไป
  • Aekkawut W by Aekkawut W
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    18 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    146 (ระดับ 1)
    ถ้าจะมองว่า ศิลปะเป็นเรื่องของวิชาความรู้เฉพาะด้าน ก็คงจะคล้อยตามกับคำถาม...แต่!!! ศิลปะมีความหมายลึกซึ้งครับ หนึ่งในนั้นคือศิลปะที่แทรงตัวอยู่ในวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมไทยแล้ว ทุกท่านก็รู้ว่ามีมากมายเหลือเกิน ฉะนั้น ศิลปะไม่ห่างไกลจากคนไทยหรอกครับ ขอ Confirm
    • 2 ปี ผ่านไป
  • ผงธุลีแห่งจักรวาล Universumstaub by ผงธุลีแห่งจักรวาล Universumstaub
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    05 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    12782 (ระดับ 6)
    จับแม่ปูมาหัดเดินให้ได้ก่อนครับ
    ลูกปูจะได้เดินได้ถูกต้อง

    ไม่ใช่ว่าผมเห็นอะไรที่เป็นฝรั่งก็ดีหมด
    แต่ผมเผอิญสังเกตุจากโรงเรียนอนุบาลเด็กฝรั่ง จะเรียนวาดรูปตั้งแต่วาดภาพคนโดยมีแค่หัวและเท้า
    (ไม่มีลำตัวและมือ เรียกว่า Kopf-Fuß Phenomen)
    คือวาดยังไม่เป็น ก็เก๋ไปอีกแบบ

    ความจริงในอนุบาลฝรั่ง เขาไม่ได้เรียนหรอกครับ เขาปล่อยให้เด็ก"ไหล"ไปกับสายธารของศิลป์
    ไม่มีการสอน แต่ผลสุดท้ายครูก็จะนำภาพทั้งหลาย แหล่ประดามี
    ไม่มีการคัดเลือกสวยไม่สวย มาติดที่ผนังห้องเรียนของเด็กเอง
    เขาสร้างแรงบรรดาลใจให้เด็กเกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง

    เด็กรับมาตั้งแต่ตอนเพิ่งเลิกใส่ผ้าอ้อมใหม่ๆเลยว่า
    ศิลป์คืองานที่สร้างจากความเป็นอิสระ
    เพื่อความอิสระ (โตแล้วอีกเรื่องหนึ่ง อาจจะตั้งข้อแม้อะไรให้ตัวเองก็ได้จริงไหมครับ)

    แต่ผมเห็นการสอนศิลป์์ในเมืองไทย เป็นอีกแบบอย่างหนึ่ึ่ง
    ผมวาด "ไก่" ขาโตไปหน่อย

    ครูก็บอกว่า

    "ครูให้เธอวาดไก่ ไปวาดต้นไม้สองต้นทำไม"
    • 2 ปี ผ่านไป
  • น้ำ by น้ำ
    คนดังบน Yahoo! รู้รอบ
    เป็นสมาชิกตั้งแต่:
    17 มกราคม 2008
    คะแนนรวม:
    1268 (ระดับ 3)
    ภาพแบดจ์:
    ผมอยากจะให้สังเกตนิดหนึ่งว่า หากลองเอาศาสตร์และศิลป์แขนงอื่นใส่เข้าไปแทนคำว่า ศิลปะ เราจะพบบางอย่างครับ

    ทำไมคนไทยจึงรู้สึกว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องไกลตัวและเข้าใจยาก
    ทำไมคนไทยจึงรู้สึกว่าประวัติศาสตร์เป็นเรื่องไกลตัวและเข้าใจยาก
    ทำไมคนไทยจึงรู้สึกว่าการปกครองเป็นเรื่องไกลตัวและเข้าใจยาก
    หรือแม้แต่
    ทำไมคนไทยจึงรู้สึกว่า ภาษาไทย เป็นเรื่องไกลตัวและเข้าใจยาก

    มีคนบางกลุ่ม (ไม่เฉพาะคนไทย) มีความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
    ความรู้สึกว่า อะไรๆก็เข้าใจยากไปหมด ขอคุยเรื่องละครหลังข่าวเมื่อคืนนี้ได้ไหม

    เป็นเพราะคนกลุ่มนั้น ขาดทัศนะคติที่ดีกับการศึกษา การศึกษาที่ไม่จำกัดแค่เพียงในห้องเรียน 12 ปี เรียนเสร็จก็เข็ดขอไม่เรียนอีก อ่านหนังสือเรียนก็เข็ดแล้วขอไม่อ่านหนังสืออะไรอีก

    คนกลุ่มนี้กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆนะครับ คนที่แสวงหาความบันเทิงอย่างไม่มีขีดจำกัด ลองสังเกตไหมว่าคนบางกลุ่ม หากไม่ได้ดูหนัง ฟังเพลงได้บ่อยเท่าที่ต้องการ จะรู้สึกทุกข์มาก และมองว่าการถกเถียงอภิปรายประเด็นอะไรสักอย่างเพื่อความรู้ความเข้าใจ เป็นเรื่องหนักหนา เครียดเปล่าๆ
    เขาจะทุกข์มากหากไม่มีความบันเทิงหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง
    เทียบกับคนที่มีความสุขจากการช่วยเหลือผู้อื่น ให้การศึกษากับผู้อื่น ชี้นำให้เห็นความงดงามของสิ่งต่างๆรอบตัวที่สามารถมองเห็นในแง่มุมต่างๆได้อย่างวิจิตรพิศดาร แล้วจะพบว่าคนกลุ่มที่เสพติดความบันเทิงนั้น มีทุกข์ง่าย มีความสุขยากเพียงได เขาต้องใช้เวลามหาศาลในชีวิตเพื่อหล่อเลี้ยงความสุขจนไม่สามารถไปใส่ใจกับเรื่องอื่นได้

    แต่หากจะหาทางแก้ คำถามนี้ตอบยากมากครับ เมื่อผลประโยชน์ในสังคมยังคงถูกผลักดันไปด้วยความบันเทิง
    จนกว่าสังคมนั้นๆจะถูกความกดดันจากผลของความเป็นไปของตนเอง
    • 2 ปี ผ่านไป

Yahoo! รู้รอบ ทั่วโลก

Yahoo! มิได้ทำการประเมินหรือยืนยันความถูกต้องของเนื้อหาใด ๆ ใน Yahoo! รู้รอบ คลิกที่นี่เพื่ออ่านข้อจำกัดความรับผิดชอบฉบับเต็ม

บอกเราว่าคิดยังไงบ้าง